อยากเป็นฟรีแลนซ์ต้องรู้!! การยื่นภาษีของฟรีแลนซ์ คำนวณภาษียังไง ค่าลดหย่อนมีอะไรบ้าง

อยากเป็นฟรีแลนซ์ต้องรู้!! การยื่นภาษีของฟรีแลนซ์ คำนวณภาษียังไง ค่าลดหย่อนมีอะไรบ้าง

ภาษีจะไม่กลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป ถ้ารู้จักวางแผนให้ดีตั้งแต่ต้น

ขอเสียงชาวฟรีแลนซ์หน่อยจ้า!!! ปลายปีแล้วนะ กำลังมึนตึ๊บกับเรื่องภาษีกันอยู่หรือเปล่าเอ่ย ? ใครเป็นมนุษย์ฟรีแลนซ์มือใหม่ หรือทำงานประจำไปพร้อมกับรับงานนอก ถ้ายังไม่เข้าใจเรื่องภาษีแล้วยื่นส่งเดช ทางสรรพากรตรวจพบตัวเลขไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจต้องเสียเวลายื่นใหม่ หรือต้องไปตามทวงเอกสารจากผู้ว่างจ้างเพิ่มเติม หรืออาจโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เฮ้อ...วุ่นวายได้อีก

6 ข้อต้องรู้ การยื่นภาษีของฟรีแลนซ์ ปี 2562 วิธีคำนวณภาษี ค่าลดหย่อนภาษี

มนุษย์ฟรีแลนซ์ รายได้ไม่แน่นอน แต่มันก็มีข้อดีตรงความอิสระ เป็นนายตัวเอง ทำงานที่ไหนก็ได้ ซึ่งนอกจากต้องบริหารเวลาอย่างมีวินัยแล้ว เรื่อง "เงิน" ก็ต้องรอบคอบทุกบาททุกสตางค์ด้วยนะคะ Asian Money Guide Thailand ขอแนะนำให้ชาวฟรีแลนซ์วางแผนภาษีให้ดีตั้งแต่ต้นปี 2562 นี้ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

การยื่นภาษีของฟรีแลนซ์

1. เก็บเอกสารรับเงิน หักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ครบทุกบิล

ทุกครั้งที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินจะมีเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย แนบมากับเช็คเสมอ เอกสารนี้สำคัญมากอย่าทำหาย เพราะเมื่อถึงเวลายื่นภาษี เอกสารทั้งหมดจะยืนยันรายได้ของเราตลอดทั้งปี

2. หักรายได้ 30% ทุกครั้ง

มนุษย์เงินเดือนปกติ ทางบริษัทจะหักภาษีไว้ตามฐานภาษีของแต่ละคนในทุก ๆ เดือน ทำให้ช่วงปลายปีพวกเขาไม่ต้องรับภาระจ่ายภาษีหนักมาก (เหมือนผ่อนจ่ายล่วงหน้าไปแล้วนั่นเองค่ะ) ชาวฟรีแลนซ์ก็ควรทำแบบนี้ด้วยเช่นกันจะได้ไม่ต้องวิ่งวุ่นหาเงินมาหมุนช่วงยื่นภาษีนั่นเองค่ะ

3. คำนวณ "เงินได้พึงประเมิน"

เมื่อถึงสิ้นเดือน ให้คำนวณรายได้เดือนนั้น ๆ โน้ตเอาไว้เลย และจัดเก็บเอกสารยืนยันรายได้ของเราเข้าแฟ้มให้เรียบร้อย โดยแบ่งแยกออกเป็น 2 กอง

  • รายได้ที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเรียบร้อยแล้ว
  • รายได้ที่ยังไม่ได้หักภาษี

วิธีสังเกตว่ารายได้ไหนหักภาษีหรือไม่หักภาษี ง่าย ๆ เลยก็คือ ผู้ว่าจ้างรายไหนขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเอาไว้ สันนิษฐานว่ารายนั้นมีการ หักภาษี ณ ที่จ่าย พอถึงสิ้นปีก็นำยอดรายได้แต่ละเดือนคำนวณออกมาเป็น "เงินได้พึงประเมิน"

การยื่นภาษีของฟรีแลนซ์

4. คำนวณ "เงินได้สุทธิ"

ฟรีแลนซ์ต้องตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนว่าอาชีพของเราอยู่ในหมวดใด และหมวดอาชีพนั้นมีค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้างที่สามารถนำมาหักภาษีหรือจ่ายภาษีแบบเหมาได้ จากนั้นนำเงินได้พึงประเมิน (ข้อ 3.) มาหักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน เพื่อให้ได้ "รายได้สุทธิ" ออกมา การคำนวณเงินได้สุทธิ มีสูตรง่ายๆ คือ

เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

เงินได้พึงประเมิน คือรายได้ทั้งหมดที่ได้รับตลอดปี เงินได้ในทางภาษีแบ่งเป็นทั้งหมด 8 ประเภท แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหนีไม่พ้น เงินได้ประเภทที่ 1 คือเงินค่าจ้างหรือผลประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับเป็นรายเดือน หรือ เงินได้ประเภทที่ 2 คือเงินค่าจ้างทำงานเป็นชิ้นๆ

ค่าใช้จ่าย เมื่อมีเงินได้ก็ย่อมมีค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐบาลก็ใจดี โดยให้หักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (สำหรับฟรีแลนซ์ที่ทำงานประจำและรับงานฝิ่นคู่ไปด้วย สามารถหักค่าใช้จ่ายรวมกันได้สูงสุด 60,000 เท่านั้น)

ค่าลดหย่อน รัฐบาลกำหนดค่าลดหย่อนพื้นฐานไว้ให้ 60,000 บาท แต่เราสามารถขอลดหย่อนได้อีก! เช่น ซื้อประกันชีวิต จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ซื้อกองทุน LTF และ RMF การมีลูก การเลี้ยงดูบิดามารดา เป็นต้น

5. คำนวณภาษี

เมื่อได้ตัวเลข "เงินได้สุทธิ" แล้ว ให้นำไปคิดภาษี ซึ่งในเมืองไทยจะคิดภาษีแบบอัตราก้าวหน้า ยิ่งเรามีรายได้มาก อัตราภาษีที่เราต้องจ่ายให้รัฐก็จะเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งเงินได้สุทธิจะแบ่งเป็นช่วง ๆ ได้แก่

  • 0-150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี
  • 150,001-300,000 บาท จะต้องเสียภาษี 5%
  • 300,001-500,000 บาท จะต้องเสียภาษี 10%
  • 500,001-750,000 บาท จะต้องเสียภาษี 15%
  • 750,001-1,00,000 บาท จะต้องเสียภาษี 20%
  • 1,00,001-2,00,000 บาท จะต้องเสียภาษี 25%
  • 2,00,001-5,00,000 บาท จะต้องเสียภาษี 30%
  • 5,00,001 บาท ขึ้นไป จะต้องเสียภาษี 35%

หากเงินได้สุทธิอยู่ระหว่าง 0-150,000 บาท แม้จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ก็ต้องยื่นภาษีไปตามขั้นตอนนะคะ เพราะการไม่ยื่นภาษีนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจเสียสิทธิที่จะได้รับเครดิตภาษีคืนอีกด้วย แต่สำหรับคนที่คำนวณแล้วมีเงินได้สุทธิ 150,001 บาท ขึ้นไป ต้องจ่ายภาษีไปตามระเบียบ

เงินเดือน 50000

6. คำนวณ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

หลายคนสงสัยว่า ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% นั้น ถือว่าจ่ายภาษีไปแล้วใช่ไหม? คำตอบคือ ใช่ แต่ไม่ทั้งหมดค่ะ การที่ผู้ว่าจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายไป 3% ก็เพื่อส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากรได้รับทราบว่ามีการว่าจ้างตามกฎหมายเกิดขึ้น ฉะนั้น เมื่อถึงเวลายื่นภาษี ถ้าหากได้รับยกเว้นการเสียภาษี ก็สามารถขอคืนเงิน 3% นี้กลับมาได้ ส่วนคนที่ต้องเสียภาษีก็นำ 3% นั้นไปหักลบเป็นยอดเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม (เพราะถือว่าเราได้เสียภาษีไปส่วนหนึ่งแล้วนั่นเอง)

เห็นไหมว่า การยื่นภาษีของฟรีแลนซ์ นั้นง่ายมาก สามารถยื่นแบบภาษีทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ E-Filing หลังจากยื่นแล้วให้เข้ามาเช็กความคืบหน้าเป็นระยะด้วยค่ะ เพราะอาจะมีการขอให้ส่งไฟล์เอกสารเพิ่มเติมกรณียังไม่ครบ อย่าลืม! ยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ทันก่อน 31 มีนาคม 2562

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

บทความอื่น ๆ

ช็อปช่วยชาติ ปี 2561 ลดหย่อนภาษีสูงสุด 15,000 บาท จำกัดเฉพาะ 3 กลุ่มสินค้า

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2561 รู้ก่อนคำนวณ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

คุณแม่คลอดลูก ได้สิทธิประกันสังคม ลดหย่อนภาษี อะไรได้บ้าง?

Written by

NK