การเลือกบัตรเครดิต: เลือกบัตรเครดิตอย่างไรที่ใช่สำหรับคุณ?

เราจะเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับตัวเราและตรงตามความต้องการของเราได้อย่างไร?

ด้วยตัวเลือกมากมาย แล้วเราจะเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างไร?

ก่อนอื่นอย่ากลัวที่จะเข้าไปสอบถามรายละเอียดในธนาคารและสถาบันการเงินที่แตกต่างกัน แม้ว่าคุณอาจจะมีทั้งบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันอยู่ในธนาคารแห่งหนึ่ง แต่ใช่ว่าธนาคารแห่งนั้นจะมีบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับคุณ นี่เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะสามารถระบุได้ว่าคุณเป็นผู้ใช้บัตรเครดิตประเภทใด

1. สิทธิประโชน์และของสมนาคุณ

คุณจ่ายบิลตรงตามเวลาและจ่ายครบยอดชำระทุกเดือนหรือไม่? ถ้าใช่ บัตรที่มีสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่าย น่าจะเหมาะสมกับคุณ โดยคุณจะมีวงเงินจำนวนหนึ่งให้ใช้ในช่วง 20-30 วัน เพื่อใช้จ่ายในแต่ละวัน ซึ่งในแต่ละยอดการใช้จ่ายคุณก็จะได้รับสิทธิประโยชน์อีกด้วย คุณควรเลือกความคุ้มค่าระหว่างผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้จ่ายระหว่างวันเทียบกับการใช้จ่ายครั้งใหญ่ทีเดียว

แต้มสะสมจากการใช้จ่าย คุณสามารถใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินที่ดีของคุณ คุณจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ ด้วยการสะสมแต้มหรือการรับส่วนลดในการใช้จ่ายประจำวัน อย่าง ร้านของชำ ปั๊มน้ำมัน และอื่นๆ

บัตรเครดิตที่ได้รับเงินคืน จะเป็นบัตรที่เหมาะสมกับคุณ หากคุณต้องการให้ยอดเงินนั้นเพิ่มขึ้นในทุกการใช้จ่าย เมื่อเทียบกับบัตรที่ได้รับแต้มสะสมจากการใช้งาน บัตรที่ได้รับเงินคืนจะไม่มีสิทธิประโยชน์มากมายนัก แต่จะได้รับสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลย นั่นคือ เงินสด! โดยจะให้เครดิตเงินคืนสูงสุดตั้งแต่ 1-1.5% ของยอดการใช้จ่าย ซึ่งคุณสามารถเอาเงินคืนนี้ไปใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ได้ตามต้องการ

บัตรสำหรับนักเดินทาง คุณวางแผนท่องเที่ยวอยู่ใช่ไหม? หรืออยากไปเที่ยวในหลายๆ ที่พร้อมกัน? เลือกบัตรเครดิตที่เอื้อสิทธิประโยชน์ต่อการเดินทาง บัตรที่ให้คุณสามารถสะสมไมล์การเดินทาง หรือสิทธิประโยชน์ในแต่ละเที่ยวบิน ซึ่งบัตรเครดิตที่ดีจะช่วยเอื้อประโยชน์ในการวางแผนท่องเที่ยวกับครอบครัวคุณในครั้งถัดๆ ไป

บัตรเครดิตเพื่อความบันเทิง ชอบออกไปสังสรรค์นอกบ้านหรือไม่? คุณควรมองหาบัตรที่มอบส่วนลดและให้เงินคืนจากยอดใช้จ่ายในทุกมื้ออาหาร รวมถึงสิทธิประโยชน์จากความบันเทิงด้านต่างๆ ด้วย

2. รวบรวมหนี้

คุณไม่สามารถชำระทุกบิลได้ในแต่ละเดือนใช่ไหม? นั่นแสดงว่าคุณกำลังเผชิญภาวะหนี้สินจากบัตรเครดิต? ถ้าเช่นนั้น บัตรที่มีค่าธรรมเนียมในการโอนหนี้ 0% น่าจะเหมาะสมกับคุณ บัตรเหล่านี้จะทำการรวบยอดหนี้สินจากบัตรเครดิตทั้งหมดของคุณ โดยการโอนหนี้ทั้งหมดไปที่บัตรเดียว และสะดวกสบายมากขึ้นด้วยเงื่อนไขการชำระดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3-6 เดือน แต่หากคุณไม่สามารถหักล้างหนี้สินก้อนนั้นได้ในระยะเวลาดังกล่าว คุณต้องเจอกับภาระดอกเบี้ยที่สูงมากหรืออาจจะสูงกว่าบัตรเครดิตเดิมที่คุณเคยใช้

ก่อนการตัดสินใจเลือกใช้บัตรเครดิตประเภทนี้ ควรมั่นใจว่าคุณมีรายรับที่เพียงพอต่อการชำระหนี้สินในแต่ละเดือน เพราะหากคุณไม่สามารถชำระหนี้สิน (หนี้ที่โอนรวบยอด) ได้ครบจำนวนก่อนกำหนด นั่นหมายถึงอัตราดอกเบี้ย 0% จะต้องหมดอายุลง และคุณจะเจอกับภาระก้อนใหญ่ ดังนั้น ควรเปรียบเทียบให้แน่ใจว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตใบใหม่ จะมีอัตราที่ต่ำกว่าบัตรเครดิตเดิม เพื่อให้คุณสามารถชำระหนี้สินทั้งหมดได้ตรงตามเวลากำหนด

3. ลูกหนี้ชั่วคราว

คุณกำลังตกอยู่ในช่วงเวลายากลำบากหรือเปล่า? วางแผนจะใช้จ่ายครั้งใหญ่ซึ่งไม่สามารถชำระได้หมดในครั้งเดียวหรือไม่? ลองมองหาบัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด ที่สามารถยืดระยะเวลาการชำระเงินให้คุณได้ยาวนานตามที่คุณจะสามารถชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากเป็นไปได้ ให้คุณชำระยอดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถจ่ายได้ในแต่ละเดือน เพราะคุณอาจจะได้เป็นลูกค้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย แทนที่จะเป็นเพียงลูกหนี้ชั่วคราวของบัตรเครดิต

ทั้งนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกบัตรเครดิตประเภทใด ขอให้มั่นใจว่าคุณจะสามารถรองรับการตัดสินใจนั้นได้ จำไว้ว่าต้องอ่านเอกสารสำคัญเสมอ เข้าใจข้อมูลพื้นฐาน อย่าง อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมรายปี และอื่นๆ นอกจากนี้ สิ่งที่คุณควรระมัดระวังมากที่สุด คือ นิสัยการใช้จ่ายของตัวเอง ต้องควบคุมการใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้อยู่ในงบประมาณ

การเลือกบัตรเครดิต: เลือกบัตรเครดิตอย่างไรที่ใช่สำหรับคุณ?