4 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ เมื่อต้องทำ ธุรกิจร่วมกับคู่สมรส สามีหรือภรรยา

lead image

หากมีคนพูดว่าการทำธุรกิจร่วมกับคู่สมรสอาจเป็นความคิดที่ไม่ได้เรื่อง แต่วินนี่ แชนเจ้าของ Bynd Artisan กลับพูดอีกอย่างหนึ่ง และต่อไปนี้คือสิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากการทำธุรกิจร่วมกับ เจมส์ แควน สามมีของเธอเอง

การเริ่มต้น ธุรกิจร่วมกับคู่สมรส ย่อมแตกต่างจากการทำร่วมกับคนอื่นแน่นอนอยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจว่าสังคมจะมองว่าอย่างไร

ตราบใดที่ทั้งคุณและสามีเคารพซึ่งกันและกัน รู้จักเปิดใจให้กว้างกับผลตอบกลับในเชิงสร้างสรรค์ การทำ ธุรกิจร่วมกับคู่สมรส ทำงานร่วมกันเป็นทีม จะทำให้คุณสามารถเปิดประตูไปสู่ความเป็นไปได้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด และท้ายที่สุด สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวเสมอ มาดูตัวอย่างจากเจ้าของแบรนด์ดังในสิงคโปรกันดีกว่าว่าเขามีวิธีบริหารเรื่องนี้ยังไงบ้าง

คู่สมรสที่เป็นหุ้นส่วน ธุรกิจร่วมกับคู่สมรส

3 ปีก่อน ฉันก่อตั้ง Bynd Artisan ร่วมกับเจมส์สามีของฉัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเราก็ไม่เคยคิดจะมองย้อนกลับไปอีกเลย

ในสังคมปัจจุบันนี้ หลายคนอาจคิดว่า สามีภรรยาไม่ควรทำงานร่วมกัน เพราะความขัดแย้งที่เกิดในที่ทำงานอาจนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง มีปากเสียงกันโดยไม่จำเป็นและกลายเป็นสาเหตุให้ความสัมพันธ์จืดจางในที่สุด แต่ฉันอยากให้มันแตกต่างไป

หุ้นส่วนที่เข้ากันได้ดี

เจมส์กับฉันเราทำงานใกล้ชิดกันมากทั้งที่บ้านหรือที่ออฟฟิศ และเราได้ร่วมกันสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างการทำงานซึ่งสร้างขึ้นมาจากรากฐานของความเชื่อใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และคอยถ่วงดุลจุดอ่อนจุดแข็งของกันและกัน เจมส์กับฉันรักการแบ่งปันไอเดียหลักด้วยกันในทุกๆ วัน สุดท้าย Bynd Artisan ก็กลายเป็นแบรนด์ที่เราบากบั่นก่อตั้งร่วมกันจากความยากลำบาก

เมื่อไรที่มีไอเดียในใจ เราจะนำมาถกด้วยกันช่วยกันออกความเห็นและชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย เพื่อดูว่าไอเดียนั้นมีความเป็นไปได้หรือไม่ เมื่อเรามีความเห็นไม่ตรงกัน เราจะใช้เวลาในการพยายามพูดโน้มน้าวอีกฝ่ายให้คล้อยตามและวิเคราะห์เหตุผลของอีกฝ่ายให้ดี ก่อนที่จะนำมาประชุมเพื่อประเมินผลหาความเป็นไปได้ในอีกหลากหลายช่องทางที่มีอยู่อีกครั้ง

นี่คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากการแต่งงานกันมานานกว่า 20 ปี ฉันทราบซึ้งมากที่มีเจมส์อยู่เคียงข้างตลอดในฐานะคนที่เชื่อใจได้ ในฐานะคู่ทุกข์คู่ยาก และเหนือสิ่งอื่นในคือในฐานะเสาหลักที่คอยสนับสนุนค้ำจุนให้ผ่านการเดินทางครั้งนี้ไปได้

แยกการทำงานออกจากชีวิตที่บ้าน

การทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามีตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สอนให้ฉันได้รู้จักกับความน่าประทับใจในการรักษาสมดุล และต้องทำให้แน่ใจว่าเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวต้องแยกออกจากกัน การนำปมความขัดแย้งจากที่ทำงานติดตัวกลับบ้านมาด้วยไม่ดีต่อสุขภาพจิต อะไรที่เกิดขึ้นในที่ทำงานก็จบที่นั่น เพราะหากนำกลับมาเถียงกันต่อที่บ้าน ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจกลายเป็นคนละเรื่องไปเลย

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น เจมส์และฉันจึงมักพยายามแก้ปัญหาเรื่องงานให้จบที่ออฟฟิตก่อนที่เราจะกลับบ้าน วิธีนี้นอกจากจะทำให้เราสามารถร่วมมือกันหาทางแก้ไขปัญหาได้แล้ว ยังช่วยให้เรามีเวลาสำหรับวิเคราะห์ตัวเองขณะที่เราอยู่ตามลำพังอีกด้วย

รู้จุดแข็ง จุดอ่อนของกันและกัน

หากจะมีสิ่งใดที่ฉันได้เรียนรู้จากการลงมาทำธุรกิจร่วมกับคู่ชีวิต นั่นก็คือต้องแน่ใจว่ารู้จักตัวเองและสามีดีพอที่จะดึงจุดแข็ง จุดอ่อนของแต่ละคนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจให้ได้มากที่สุด จะทำให้คุณได้รับแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากคนที่เข้าใจในตัวตนและสไตล์การทำงานของคุณอย่างแท้จริง

หุ้นส่วนชีวิตและธุรกิจ

เมื่อเราสองคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว เจมส์และฉันไม่เคยต้องมากังวลกับการไม่เข้าใจในสถานการณ์การทำงานของกันและกัน ซึ่งร่วมถึงเรื่องการทำงานจนดึก มีประชุมหรือออกอีเว้นท์ติดๆ กัน และการเดินทางเพื่อไปทำธุรกิจ หากมีอะไรเกิดขึ้น เราจะเข้าใจกันและช่วยเหลือ สนับสนุนซึ่งกันและกันทั้งทางด้านอารมณ์และสภาพจิตใจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นไปให้ได้ และเมื่อไรที่มีความเครียดมันก็เป็นเครื่องช่วยปลอบใจเมื่อรู้ว่าเราพึ่งพากันและกันได้เสมอ

บทความอื่น

5 วิธี อยากเป็น เจ้าของธุรกิจส่วนตัว อายุน้อย ต้องทำยังไง

11 แนวคิดของ ลี กา ชิง (ซุปเปอร์แมนแห่งฮ่องกง) เริ่มต้นจากศูนย์ สู่มหาเศรษฐีล้านล้าน

ก้อปปี้ความรวย! สไตล์มหาเศรษฐี อยากรวย ต้องอ่าน