นอนน้อย ยังไงให้ไม่ง่วง งานเยอะ โอทีดึกแค่ไหนก็รอด!

lead image

งานเยอะโอทีดึกจนนอนไม่พอใช่มั้ย ลองใช้วิธีนอนตามนี้ รับรองว่า ต่อให้ นอนน้อย แค่ไหนก็ตื่นมาแบบสดชื่นได้ มีแรงทำงานทั้งวันแน่นอน

นอนน้อย ยังไงให้ไม่ง่วง งานเยอะ โอทีดึกแค่ไหนก็รอด!

มนุษย์วัยทำงานอย่างเราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บางครั้งจะต้องมีงานเร่งงานด่วน มีโอทีเข้ามาบ้าง จนบางครั้งก็พาลไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว ถ้าวันเดียวก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่บางทีมันดันมาติด ๆ กันเป็นอาทิตย์เลยนี่สิ ยิ่งช่วงใกล้ปิดโปรเจ็คนี่อย่าว่าแต่นอนให้ครบแปดชั่วโมงเลย ขอแค่ได้นอนบ้างก็ดีใจจะแย่แล้ว แต่การนอนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นต่อให้งานยุ่งแค่ไหนเราก็ต้องนอนนะคะ วันนี้ AsianMoneyGuide เลยจะนำทริคดี ๆ มาฝากกันว่าถ้าเราจำเป็นต้อง นอนน้อย จริง ๆ เราต้องทำยังไงบ้างถึงจะตื่นมาแบบสดชื่น มีแรงทำงานเหมือนได้นอนเต็มอิ่มครบแปดชั่วโมง

นอนน้อย

ก่อนอื่นเรามารู้จักวงจรการนอนกันก่อนดีกว่า

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าการนอนจะเป็นการกดปิดสวิตช์การทำงานของสมองยาว ๆ ทั้งคืนนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วการนอนของเราจะมีวงจรคร่าว ๆ อยู่ คือ หลับตื้น > หลับลึก > หลับตื้น สลับกันไปแบบนี้เรื่อย ๆ ซึ่งวงจรนี้จะใช้เวลาประมาณ 90 นาที หรือ หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ต่อครั้ง ซึ่งเจ้าวงจรนี้แหละที่จะเป็นตัวช่วยสำหรับการนอนน้อยของเรา

 

โดยเลือกเวลาตื่นให้ตรงกับวงจรช่วงที่ครบวงจรการนอนแล้ว หรือในขณะที่เรากำลัง "หลับตื้น" เพราะในขณะที่เรากลับเข้ามาสู่ช่วงหลับตื้นนั้นเราจะตื่นได้ง่ายและไม่รู้สึกเพลีย ถึงแม้ว่าเราเพิ่งจะนอนไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

กลับกันถ้าเราถูกปลุกในช่วงที่กำลังหลับลึกเราจะรู้สึกเพลียและหงุดหงิดอย่างมาก ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมบางครั้งเรานอนเยอะแล้วแต่ตื่นมายังเพลียอยู่ดี นั่นก็เพราะเราตื่นมาตอนที่กำลังหลับลึกนี่แหละค่ะ

เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ถ้าเราอยากตื่นมาแบบสดชื่นล่ะก็ ให้ดูเวลาที่เราต้องการจะตื่น แล้วนับเวลาถอยหลังมาครั้งละ 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อหาช่วงที่เหมาะสมที่สุดที่เราจะนอน อย่างเช่นในตารางนี้เป็นต้นค่ะ

นอนน้อย

นี่เป็นตารางเวลาที่ควรเข้านอนคร่าว ๆ นับตามวงจรการนอน แต่อย่าลืมเผื่อเวลาก่อนจะหลับด้วยนะคะ อาจจะเผื่อซัก 15 นาที แต่ถ้าใครหลับง่ายหลับยากก็ลองปรับตามให้เหมาะกับตัวเองดูค่ะ

Power Nap นอนน้อย แต่สดชื่น

นอกจากการนอนให้ครบวงจร 90 นาทีแล้ว ยังมีรายละเอียดที่ลึกลงไปอีกหน่อย นั่นก็คือ เราไม่จำเป็นต้องนอนให้ครบวงจรก็ได้ แต่นอนแค่ในช่วงหลับตื้นช่วงแรก หรือประมาณ 20 - 30 นาที เราก็รู้สึกสดชื่นได้เหมือนกัน โดยวิธีนี้เรียกว่า Power Nap

นอนน้อย

โดยในช่วง 30 นาทีนี้ ประมาณ 10 นาทีแรกที่เริ่มหลับสมองจะเริ่มทำงานช้าลง แต่ยังไม่ถึงขั้นได้พักผ่อน การนอนแค่ในช่วงนี้จึงไม่มีประโยชน์ หากอยากพักผ่อนเราต้องเข้าสู่ช่วงที่ 2 ก่อน ซึ่งจะเป็นช่วงรอยต่อก่อนจะหลับลึก ซึ่งช่วยกระตุ้นสมองในส่วนของความจำระยะสั้น, เพิ่มสมาธิ ซึ่งถ้าเราตื่นในช่วงนี้เราจะไม่งัวเงียมาก และร่างกายจะรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนแล้ว  ซึ่ง Power Nap 1 ครั้ง สามารถทดแทนการนอนได้ประมาณ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่วิธีนี้ควร"ใช้เมื่อจำเป็นจริง ๆ หรือใช้เพื่อพักผ่อนระหว่างวันเท่านั้น" ไม่ควรใช้เพื่อทดแทนการนอนในระยะยาวเนื่องจากจะส่งผลเสียต่อร่างกายเพราะร่างกายจะไม่สามารถสร้าง Growth Hormones เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้

นอกจากระยะเวลาในการนอนที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความสดชื่นหลังตื่นนอนแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ บรรยากาศที่เหมาะกับการนอน เพราะการนอนในสภาพที่มีสิ่งรบกวนตลอดเวลาจะทำให้เรานอนได้ไม่เต็มที่ หรือเรียกว่าเป็นการนอนที่ไม่มีคุณภาพ ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ต่อให้นอนมากเท่าไหร่ก็ยังไม่สดชื่นอยู่ดีค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากนอนให้เต็มอิ่มล่ะก็ เราต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการนอน ดังนี้

นอนน้อย

  1. ทำให้ห้องมืดที่สุด ปิดไฟทุกดวง หากมีแสงรบกวนจากข้างนอกลองติดม่านกันแสง หรือใช้ผ้าปิดตาช่วยแทน
  2. หลีกเลี่ยงเสียงรบกวน ไม่เปิดทีวีทิ้งไว้เวลานอนเพราะเสียงจากทีวีจะรบกวนการนอนทำให้สมองไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ หากมีเสียงรบกวนรอบข้างควรใช้เอียร์ปลั๊กนเวลานอน
  3. หากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำก่อนนอน อย่างเช่นฟังเพลงเบา ๆ อ่านหนังสือ นั่งสมาธิ สำหรับมนุษย์บ้างานทั้งหลาย "อย่าคุยงานก่อนนอน" เพราะจะทำให้เรามัวแต่คิดเรื่องงานหรือเครียดจนนอนไม่หลับ
  4. งดใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ก่อนนอน แสงสีฟ้าจากจออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้จะกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว ทำให้นอนไม่หลับเพราะฉะนั้นควรงดเล่นก่อนนอนประมาณ 30 นาที รวมถึงปิดแจ้งเตือนโทรศัพท์ในเวลานอนด้วย
  5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะคาเฟอีนจะทำให้ร่างกายตื่นตัวจนนอนไม่หลับ ส่วนแอลกอฮอล์นั้นอาจจะทำให้รู้สึกง่วงก็จริงแต่จะเป็นการนอนที่ไม่มีคุณภาพซึ่งจะทำให้คุณเพลียอยู่ดีนอนน้อย

นอกจากนี้ยังมีทริคอีกเล็กน้อยคือ

  1. ลุกทันทีเมื่อรู้สึกตัวครั้งแรก (ในกรณีที่ตื่นก่อนนาฬิกาปลุก) เพราะการที่เรารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเองหมายความว่าเรานอนครบวงจรการนอนแล้วซึ่งจะเป็นช่วงที่ตื่นมาแล้วงัวเงียน้อยที่สุด
  2. ปรับการ Snooze หรือการเลื่อนเวลานาฬิกาปลุก จากครั้งละ 5 นาทีเป็น 20 นาที เพราะการนอนต่อแค่ 5 นาทีเราจะรู้สึกเหมือนไม่ได้พักผ่อนทำให้กดไปกี่รอบเราก็ยังง่วงอยู่ดี แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นเว้นช่วง 20 นาที จะทำให้เรานอนได้อิ่มขึ้น เพราะได้ Power Nap 1 ครั้ง (จะทำแบบนี้ได้ต้องเผื่อเวลาให้ดีนะคะไม่งั้นไปทำงานสายไม่รู้ด้วยนะ)

Credit : www.healthyliving  www.unigang.com

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อาหารมีประโยชน์ราคาถูก: 10 ข้อปฏิบัติในการกินเพื่อสุขภาพดี ราคาถูก

กรุ๊ปไลน์ออฟฟิศ เมื่องานตามหลอกหลอนถึงเตียงนอน จะทำยังไงดี?

ตรรกะของคนจน คิดแบบนี้หาเงินได้เป็นล้านก็ยังไม่พอใช้

Written by

Kookkai