อยากประสบความสำเร็จไหม? แค่เลิกทำ "10 นิสัย" ต่อไปนี้

เรื่องเล็กน้อยที่ทำแบบไม่มีใครเห็น แต่ไม่น่าเชื่อว่า ทำสะสมรวมกันมากๆ ไม่ดีเลย

10 นิสัย คนประสบความสำเร็จ ไม่ทำเด็ดขาด

คนส่วนใหญ่ มีต้นทุนชีวิตพอๆ กัน มีร่างกาย อวัยวะ ครบ 32 มีโอกาสทางการศึกษา มีบ้าน มีพ่อแม่ มีครอบครัวพร้อม แต่คนเราที่เติบโตไปในทิศทางที่ต่างกัน หลักๆ คือ พฤติกรรม หรือ นิสัย ความชอบ รสนิยม ที่ไม่เหมือนกัน ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้นี่แหละ ที่เป็นตัวชี้เป็นชี้ตายเลยว่า เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่ มีนิสัยอยู่ 10 ประการ ที่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนใหญ่ มักจะไม่ทำกัน มาดูกันว่า มีอะไรบ้าง 

1. ขอเวลาเอื่อยเฉื่อย 5 นาที

ตื่นแล้วขอนอนต่ออีก 5 นาที บางคน 5 นาทีไปสักสามครั้ง กลายเป็น 15 นาที ในวันๆ หนึ่ง เราอาจจะขอเวลานอก เวลาฟรีสไตล์ให้กับตัวเองมากกว่า 1 ครั้ง เท่ากับว่าเราเสียเวลาให้กับความว่างเปล่าไม่รู้กี่นาทีต่อวัน แทนที่ว่าจะได้ใช้เวลา 24 ชั่วโมงที่มีอยู่อย่างจำกัด สร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง เช่น อ่านหนังสือ ดูคลิปรายการเสริมสร้างความรู้ คุยกับพ่อแม่และคนรอบข้างแบบตัวต่อตัว หรือออกกำลังกาย

แต่ถ้าติดนิสัยต้องพัก ขอเวลานั่งเล่น ลองอนุญาตให้เหลือช่วงเวลานั้น แค่ 5 นาทีต่อวัน เช่น ขอนอนต่อ 5 นาทีหลังนาฬิกาปลุกไปแล้วในตอนเช้า แค่นั้นพอ สักพักหนึ่งเราจะเริ่มชิน กับการไม่เสียเวลาหรือปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรไปเอง

2. ฟังเพลงทำลายความสุข

ดนตรีหรือเสียงเพลง ช่วยกระตุ้นหรือเพิ่มประสิทธิภาพงานหรือกิจกรรมได้ เช่น ในกลุ่มนักกีฬาอย่าง ไมเคิล เฟลพ์ ฉลามหนุ่มอันดับต้นๆ ของโลก ฟังเพลงก่อนลงซ้อมว่ายน้ำทุกครั้ง คนกลุ่มนี้จะใช้ดนตรีช่วยผ่อนคลาร่างกาย หรือกระตุ้นให้มีกำลังใจขึ้นมา

เช่นเดียวกัน ดนตรีที่เศร้าสร้อยตลอดเวลา หรือมีเนื้อหาไม่จรรโลงใจ ก็เหมือนเป็นการสะกดจิตเราได้เหมือนกัน เมื่อจิตเศร้าซึม พลังใจที่จะลุกขึ้นไปทำอะไรต่อก็ถดถอยไปด้วย

3. ไม่แคร์เศษเงิน

เงิน นิสัยเลิกทำถ้าอยากสำเร็จ นิสัยเสียขวางความสำเร็จ เศษเงิน ออมเงิน วิธีประสบความสำเร็จ เคล็ดลับความสำเร็จ

การรู้จักคุณค่าของเงินบาทสองบาท หรือแม้แต่เศษสตางค์ คล้ายๆ กันกับการรู้คุณค่าของเวลา คิดแบบง่ายๆ เหรียญบาทเหรียญ 50 สตางค์ ที่นอนอยู่ในก้นกระเป๋าเงิน หรือตามพื้นถนน อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าสนใจ แต่ถ้าเงินเหล่านี้รวมกันสักห้าเหรียญ ก็จะกลายเป็นเงิน 5 บาท สิบเหรียญก็กลายเป็นเงิน 10 บาท ความจริงแล้ว เงินก้อนใหญ่ล้วนเกิดจากเงินมูลค่าต่างๆ มารวมกัน

ลองสังเกตนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากๆ รวยมาก มีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ให้ดีๆ พวกเขาลงทุนอย่างมหาศาล เพื่อสร้างผลกำไรก็จริง แต่เมื่อถึงคราวใช้จ่ายส่วนตัว จะทำอย่างประหยัด และคิดแล้วคิดอีกก่อนจะซื้ออะไร นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขามีเงินลงทุนเยอะด้วยก็ได้นะ

4. เชื่อว่า ความสำเร็จ หรือการได้มาเท่านั้นที่จะสร้างความสุข

“สิ่งที่ฆ่าความสุขคือ การปรับตัว” โธมัส จิโลวิค นักจิตวิทยาจากม. คอร์เนล ใช้เวลานานกว่า 20 ปี ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างเงินกับความสุข กล่าวเอาไว้

เขาพบว่า ความคาดหวังหรือการคิดถึงผลในวันข้างหน้าที่จะเกิดขึ้น ทำให้เรามีความสุขมากกว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง พูดอีกอย่างหนึ่งคือ เราแฮปปี้กับจินตนาการของตัวเองมากกว่า เราตื่นเต้น เราอยากรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เมื่อมันมาอยู่ในมือ ในการควบคุมของเรา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน สุขภาพที่ดี หรือความรักความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม คนเราจะเริ่มปรับตัวกับมัน ความตื่นเต้นกับสิ่งนั้นจะเริ่มน้อยลง และสุดท้ายก็จะอยากรู้อยากลองสิ่งใหม่ไปเรื่อย หรืออาจจะกลับมาอยากได้มันอีกครั้ง เมื่อเสียมันไป

5. แข่งขันกับคนอื่น

เงิน นิสัยเลิกทำถ้าอยากสำเร็จ เศษเงิน ออมเงิน นิสัยเสียขวางความสำเร็จ วิธีประสบความสำเร็จ เคล็ดลับความสำเร็จ

Source: Pixabay

ปีเตอร์ ธีล นักธุรกิจนักลงทุน ผู้ก่อตั้งธุรกิจจำนวนมาก อาทิ  Paypal และปัจจุบันเป็นผู้บริหารของ Facebook ด้วย กล่าวไว้ว่า “บริษัทที่ล้มเหลวทั้งหมดมีคุณสมบัติเหมือนกันคือ หนีจากการแข่งขันไม่พ้น” การแข่งขันสำคัญก็จริง แต่แทนที่จะแข่งขันกับผู้อื่น สิ่งที่สำคัที่สุดคือ การแข่งขันกับตัวเอง กับเป้าหมายการพัฒนาตัวเอง การสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ ไม่ยึดติดกับตลาดเดิมๆ

ถึงอย่างนั้น การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ก็มีข้อดีตรงที่ อาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ถึงจุดหนึ่ง ก็ต้องกลับมาสู่ความเป็นตัวเอง เพราะความต้องการของแต่ละคน มีมากน้อยต่างกัน และถ้ายึดกับมาตรฐานของคนอื่น ทุกอนูความต้องการของตัวเราจะไม่ได้เติบโตขึ้น ตามแบบที่มันควรจะเป็น เพราะมันไม่ได้รับการใส่ใจ

6. ปล่อยให้คนอื่นมาตัดสินว่า เราต้องหาเงินได้เท่าไหร่

คนส่วนใหญ่ชอบพูดว่า อยากจะประสบความสำเร็จ ซึ่งที่จริงแล้ว ถ้าตั้งใจลงมือทำ ยังไงก็สำเร็จ จะสำเร็จมากน้อย การลงมือทำยังไงก็ได้ผลลัพธ์ ที่ต่างไปจากการพูดเฉยๆ แน่นอน

การใช้ชีวิตเป็นเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญ และการตัดสินใจ ในโลกของการแข่งขันอย่างเสรี ใครใคร่ค้าม้าค้า ค้าวัวค้า เป็นเรื่องจริงแท้ 100% ตราบเท่าที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เราสามารถทำรายได้เท่าไรก็ได้ ตามแต่ที่เราต้องการ ดังนั้น แทนที่จะนั่งบ่นว่า ชีวิตย่ำแย่แค่ไหน หรือปล่อยให้คนอื่นวิจารณ์จัดระดับคุณภาพชีวิตของเรา สู้ลุกขึ้นจากจุดนั้น ไปทำ ไปพัฒนาชีวิตให้เกิดประโยชน์จริงๆ ดีกว่า

7. มองหาแต่คำชม

คำพูดดีๆ ทำให้คนเรารู้สึกดี เป็นเรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริง เราไม่ได้ทำถูกไปทุกเรื่อง เมื่อมีข้อผิดพลาด ก็สมควรที่จะได้ยินคำติติง ตักเตือน หรือเลวร้ายหน่อยก็ด่าสาดเสียเทเสีย AMG ขอแนะนำว่า นับตั้งแต่บัดนี้ คุณควรจะรับฟังไว้

รับฟังเสร็จแล้วทำอย่างไร ให้คัดกรองทันที อันไหนไร้สาระตัดทิ้ง อันไหนมีประโยชน์ ให้เก็บไว้ แล้วพิจารณาต่อว่า เราผิดจริงไหม ผิดแล้วจะแก้ไขอย่างไร ให้ไม่พลาดซ้ำ หรือเก่งขึ้นจากจุดที่ตัวเองยังด้อยอยู่ คำชมอาจทำให้เรารู้สึกดี แต่การขุดหาแก่นของคำด่า จะทำให้เราเจอวิธีพัฒนาตัวเอง

8. รอเวลาเริ่มต้น

หลายคนคิดว่า วันนี้ยังไม่พร้อม พรุ่งนี้โอเคกว่า พรุ่งนี้ดีกว่า แต่เวลามีจำกัด และผ่านไปโดยที่เราไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ จงใช้มันให้เกิดประโยชน์เสียแต่ตอนนี้ อยากทำอะไรก็ทำ ถึงจะยังทำได้ไม่ค่อยดี อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่า อะไรที่เข้าท่า อะไรที่ต้องปรับปรุง เก็บเล็กผสมน้อย เราก็จะกลายเป็นคนที่เก่งขึ้น ดีขึ้น เริ่ดขึ้นในวันข้างหน้า ไม่มีทางที่เราจะ perfect เลย ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น โดยที่ไม่ได้ผ่านการขัดเกลาตั้งแต่วินาทีนี้

9. มองงาน เป็นแค่ “งาน”

เงิน นิสัยเลิกทำถ้าอยากสำเร็จ เศษเงิน ออมเงิน นิสัยเสียขวางความสำเร็จ วิธีประสบความสำเร็จ เคล็ดลับความสำเร็จ

สำหรับพนักงาน หรือลูกจ้าง งาน เป็นสิ่งที่เราได้รับมอบหมายให้ทำขึ้นมาก็จริง แต่จะดีกว่ามาก ถ้า งาน คือ ผลงานของชีวิต เราด้วย

นั่นหมายความว่า เมื่อไรก็ตาม ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ นั่นไม่เพียงแค่เป็นชิ้นงานขององค์กรหรือบริษัทที่จ้างเรา แต่เป็นสินค้าที่ออกมาจากตัวของเรา ถ้าเราให้คุณค่ากับมัน ยิ่งมากเท่าไหร่ คนอื่นจะยิ่งรับรู้ได้ ไม่ว่างานนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหน ต่อการพัฒนาขององค์กรทั้งหมด ถ้างานออกมาดีอย่างชัดเจน คนก็จะเห็นได้ถึงความแตกต่าง สิ่งแรกที่คนจะนึกถึงทันทีคือ ผู้ผลิตชิ้นงานนั้นๆ ด้วยความรู้สึกชื่นชม ซึ่งแบ่งเราออกจากผู้ผลิตชิ้นงาน “แบบเดียวกัน” ไปโดยปริยาย

10. คิดถึงการเกษียณ

เราต้องมีวันหยุดทำงานในวันใดวันหนึ่ง ไม่มีใครสามารถทำงานไปได้ตลอดเวลา ทว่า การวางแผนปูทางเพื่อหยุดทำงาน ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ งานเป็นกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตมีเป้าหมายหรือความกระชุ่มกระชวย แต่หากไม่สามารถหยุดยั้งช่วงเวลาเกษียณตัวเองจากหน้าที่การงาน เช่น งานราชการ งานออฟฟิศ ให้ลองมองหาแผนสอง หรือเป้าหมายเสริมแต่เนิ่นๆ

เชือไหมว่า มีผลวิจัยหลายชิ้น เช่น ผลการศึกษาจากสำนักงานวิจัยด้านเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐ ที่พบว่า การเกษียณอายุ เชื่อมโยงกับการเพิ่มของระดับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันและการเคลื่อนที่ของบุคคลนั้นๆ เพิ่มความเสี่ยงการเจ็บไข้ได้ป่วย และภาวะจิตเสื่อม ถ้าหยุดทำงานแล้ว ไม่ได้เงินเท่าเดิม แถมยังป่วยกระปลกกระเปลี้ยแบบนี้

แล้วจะหยุดทำงานไปเพื่ออะไรกันล่ะนี่

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้

เทคนิคการต่อรองที่สาวมั่นควรรู้ 

7 สัญญาณเตือนอย่าไว้ใจเพื่อนร่วมงาน