9 วิธีป้องกันก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพรูดปรื้ด โกงบัตรเครดิต หนีลอยนวล!

9 วิธีป้องกันก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพรูดปรื้ด โกงบัตรเครดิต หนีลอยนวล!

บัตรเครดิตไม่ได้ใช้แต่ดันต้องมาจ่ายหนี้ที่มิจฉาชีพสร้างเอาไว้ อย่าโทษใคร ต้องโทษตัวเองก่อน

เทคโนโลยีการทำธุรกรรมทางการเงินจะล้ำหน้าขนาดไหน แต่มิจฉาชีพก็สรรหากลวิธี โกงบัตรเครดิต แบบที่เราคาดไม่ถึง

บัตรเครดิต ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินได้เป็นอย่างดี แต่การใช้งานต้องระมัดระวังให้มาก เพราะบัตรบันทึกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงินของเจ้าของบัตรเอาไว้ หากมิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้จะนำไปปลอมเพื่อใช้วงเงินในบัตรนั้นซะเอง ยิ่งการซื้อขายสินค้าผ่าน E-commerce ในปัจจุบันได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าคุณจะเป็น ลูกค้า เจ้าของธุรกิจ ธนาคารผู้ออกบัตร ธนาคารผู้รับบัตร ผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิต ล้วนเสี่ยงโดนโกงได้ทั้งนั้น

กลโกงของมิจฉาชีพ มีหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • คัดลอกข้อมูลจากแถบแม่เหล็กของบัตรโดยเครื่องสกิมเมอร์ขนาดพกพา หรือเครื่องแฮนด์เฮลด์สกิมเมอร์ (Handheld Skimmer) โดยนำบัตรเครดิตของเหยื่อมารูดพร้อมแอบจำรหัสหลังบัตรไว้ กรณีนี้เกิดขึ้นที่ใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ
  • ปลอมแปลงเอกสารสมัครบัตรเครดิต โดยใช้เอกสารส่วนตัวของเหยื่อ เช่น สำเนาบัตรประชาชน นำไปใช้สมัครบัตรเครดิต หรือแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนบัตรใหม่ แล้วแจ้งให้ส่งเอกสารและบัตรเครดิตใบใหม่ไปให้มิจฉาชีพโดยตรง
  • หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัตรเครดิต โดยอาจจะเปิดร้านค้าปลอมๆ ขึ้นมาขายของใน Social media แล้วปิดร้านหนีหายไป
  • ส่งมัลแวร์ ไวรัส เข้ามาฝังอยู่ในมือถือ เพื่อคัดลอกข้อมูลในบัตร

โกงบัตรเครดิต

9 วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โกงบัตรเครดิต

การซื้อของหน้าร้าน ซึ่งต้องแสดงบัตรเครดิตเมื่อใช้งานนั้นจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการซื้อของออนไลน์ เพราะแค่มีข้อมูล เลขบัตรเครดิต รหัสหลังบัตร วันหมดอายุ ก็สามารถซื้อของได้ ดังนั้น ความเสี่ยงจะมากกว่า มาดูกันว่าจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง

1. พยายามเก็บบัตรเครดิตไว้ในที่ปลอดภัยที่สุด

2. อย่าเปิดเผยวันเดือนปีเกิด ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ลงใน Facebook หรือ Social Network อื่น ๆ

3. ซื้อสินค้าออนไลน์เฉพาะร้านค้าที่มีเว็บไซต์น่าไว้ใจและปลอดภัยเท่านั้น สังเกตชื่อเว็บไซต์ต้องมี Https นำหน้าเสมอ และต้องออกจากระบบทุกครั้งหลังจากซื้อสินค้าเสร็จ

4. สังเกตเอกสารใบแจ้งหนี้ที่จัดส่งทางไปรษณีย์ หากรอนานเกินไปต้องรีบตรวจสอบ เพราะอาจโดนมิจฉาชีพเปลี่ยนแปลงที่อยู่

5. ตรวจสอบสถานการณ์การทำธุรกรรมผ่านบัตรอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีข้อสงสัย ให้รีบติดต่อธนาคาร

6. เซ็นชื่อบนบัตรเครดิตด้วยปากกาหมึกถาวรเพื่อป้องกันไม่ให้ลายเซ็นถูกลบหรือเซ็นทับ

7. ขณะรูดบัตรเพื่อชำระสินค้า ควรอยู่ในสายตาตลอดเวลา หากรูดเกิน 2 ครั้งขึ้นไปให้สงสัยว่าอาจจะโดนคัดลอกข้อมูลบัตรโดยเครื่อง Skimmer

8. หลังรูดบัตรควรเช็กว่าใช่บัตรของเราหรือไม่ ลักษณะรอยตำหนิที่เดิมหรือเปล่า เพราะมิจฉาชีพอาจสลับบัตรปลอมมาให้

9. หากสงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อ บัตรหาย ให้รีบแจ้งอายัติบัตรเครดิตเร็วที่สุด

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

บทความอื่นๆ

บัตรเครดิตใบแรก ของมนุษย์เงินเดือน เด็กจบใหม่ อยากสมัครบัตรเครดิต ต้องรู้อะไรบ้าง?

กลัวถูกแฮก! 4 วิธีป้องกัน ไม่ให้โดนปล้นเงินบัตรเครดิตแบบไม่รู้ตัว!

บัตรเครดิตหรือเดบิต? เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของบัตรเครดิตและเดบิต

เน็ตไอดอลวัย 26 ปี ติดหนี้บัตรร่วม 3 แสน เพราะติดสร้างภาพ “ชีวิตสุดเพอร์เฟค” ลงไอจี

Written by

NK