4 ตรรกกะวิบัติ นิสัยการใช้เงิน ที่พ่อแม่ชอบสั่งสอนลูก

พ่อแม่มีส่วนกับพฤติกรรมการใช้เงิน แม้ลูกโตแล้วก็เถอะ!

อย่ายัดเยียด ค่านิยม ทัศนคติ นิสัยการใช้เงิน แบบผิดๆ ให้ลูกของคุณอีก

มันจะมีคนประเภทหนึ่งที่แม้จะทำงานตำแหน่งใหญ่โต อยู่ในบริษัทข้ามชาติ รายได้ดี และสามารถใช้เงินปรนเปรอชีวิตดีๆ สะดวกสบายทุกกระเบียดนิ้วได้ แต่ความจริง นิสัยการใช้เงิน กลับประหยัดสุดๆ ใส่เสื้อผ้าไม่กี่ชุดผลัดเปลี่ยนกันไปจนเก่า แทบไม่ซื้ออะไรให้ตัวเองเลย หนำซ้ำยังรู้สึกผิดเวลาออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ หรือใช้จ่ายอื่นๆ อีก 

นิสัยการใช้เงิน

เราเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า "ขี้เหนียว" หลายคนมองว่า มันไม่เกิดผลกระทบอะไร ชีวิตก็ยังดีปกติ แต่สำหรับ แบรด คลอนต์ซ นักจิตวิทยาการเงิน เปิดเผยว่า จริงๆ แล้ว สาเหตุของความขี้เหนียวก็มาจากวิธีการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่นั่นแหละ! พ่อแม่ หรือครอบครัว ได้ส่งต่อวิธีจัดการการเงินมาถึงลูกหลาน ผ่านไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของพวกเขา ซึ่งก็มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี มาดูกันว่า พฤติกรรมเหล่านี้ มีอะไรจะได้แก้ไขกันตั้งแต่ตอนนี้บ้าง เพื่อไม่ให้ส่งต่อไปถึงลูกหลานของเราอีกทอด! 

1. หลีกเลี่ยงเงิน "คนดีไม่สนใจเรื่องเงิน"

มีผลวิจัยออกมาว่า พ่อแม่บางคนมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงเงิน ซึ่งเกิดจากทัศนคติที่ว่า "คนดีไม่ควรสนใจเรื่องเงิน" หรือ "การมีเงินมากกว่าที่จำเป็นถือเป็นเรื่องผิด" ฟังดูแปลกๆ แต่มันมีคนคิดแบบนี้จริงๆ นะ เช่น คนรวยเป็นพวกละโมบโลภมาก! เศรษฐีส่วนใหญ่ร่ำรวยได้จากการเอาเปรียบผู้อื่นทั้งนั้นแหละน่า! ก็เลยตัดปัญหาด้วยการมีเงินแค่พอกินพอใช้ ไม่ดิ้นรน ไม่วางแผนอนาคต ทัศนคติแบบนี้อันตรายต่อลูกมากๆ เพราะในภายภาคหน้า อาจจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อรักษาพยาบาลตัวเองหรือลูก หรืออาจเกิดเหตุไม่คาดฝันกับคนในครอบครัว ถึงตอนนั้นจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมา จะหันหน้าไปพึ่งใครล่ะ จะทันไหมล่ะ

2. บูชาเงิน "เงินซื้อได้ทุกอย่าง"

แบบนี้ตรงข้ามกับพฤติกรรมข้างบนแบบคนละขั้วเลย พ่อแม่บางคนบูชาเงิน เชื่อว่าเงินแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ พร้อมจะทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน จนบางครั้งก็ทำร้ายคนอื่นอย่างน่าใจหาย หามิตรแท้ไม่ได้ คนประเภทนี้จะไม่มีวันพอใจกับสิ่งที่ตนเองมี แถมยังอยู่ด้วยความหวาดระแวง ไมไว้ใจคนให้อยู่กับเงินเลย ต้องเก็บไว้เอง จนเหมือนคนกึ่งๆ เป็นโรคประสาท

นิสัยการใช้เงิน

3. วัดคุณค่าในตัวเองกับเงิน

ข้อนี้แย่ยิ่งกว่าคนบูชาเงินอีก คนที่วัดคุณค่าของตนเอง หรือคนอื่น จากเงินในกระเป๋าหรือตัวเลขทรัพย์สิน เป็นต้นว่า พวกคนจนเกิดจากความขี้เกียจ ซึ่งหลายกรณีไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกสูงมาก รวมถึงไทยด้วย พ่อแม่ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ มักเชื่อว่า คนดีคนประสบความสำเร็จมักมีเงิน เลยพยายามอย่างมากที่จะทำตัวให้ดูร่ำรวย ซึ่งการสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองเป็นเรื่องดี แต่ถ้าผูกเข้ากับเหตุผลแบบนี้ เรียกว่า ตรรกะวิบัติชัดๆ !

4. ระแวดระวังเรื่องเงิน

ระแวดระวัง หรือหวาดระแวงเรื่องเงินมากเกินไป ปกปิดข้อมูลการเงินเกินเรื่อง ไม่ค่อยอยากใช้จ่าย คนเหล่านี้จะมีเงินทองมากมาย แต่พวกเขาไม่ยอมให้ตนเองมีความสุขกับเงินที่มี

อยากเอาชนะตรรกะแบบนี้ ทำยังไงดี?

แค่รู้ว่าตัวเองมีวิธีคิดเรื่องเงินผิดๆ ก็ถือว่าแก้ไขได้แล้วเปลาะหนึ่ง วิธีถัดมาให้เราลองตอบคำถามนี้ 

  • พ่อแม่สอนความรู้เรื่องเงิน ให้กับเราเรื่องอะไรบ้าง บอกมา 3 ข้อ
  • ความทรงจำแรกสุดเกี่ยวกับการใช้เงิน เป็นยังไง 
  • ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องเงินที่เลวร้ายที่สุด คืออะไร
  • คุณกลัวเรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน เรื่องอะไรมากที่สุด

การตอบคำถามเหล่านี้ ช่วยให้เราค้นพบรูปแบบพฤติกรรมที่ฝังลึกอยู่ในใจของเรา พอรู้แล้ว ก็เหมือนปลดล็อกมัน ให้ออกไปจากจิตใต้สำนึก ออกไปจากความคิด ก็จะปูทางสู่การแก้ไขพฤติกรรมเหล่านั้นให้ดีขึ้นได้เอง Asian Money Guide เอาใจช่วยทุกคน ให้มีการเงินที่เข้มแข็ง การใช้ชีวิตที่มีสมดุล นะคะ

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

บทความอื่นๆ

ลูกกตัญญูต้องรู้ ควรให้เงินพ่อแม่เท่าไหร่ดี?

คำแนะนำในการซื้อบ้านหลังแรกสำหรับคนโสด

ต้องจ่ายเงินไหม? ถ้าให้คุณตา คุณยายช่วยเลี้ยงหลาน

เงินซื้อความรักได้ไหม ? สาวโสดประกาศหาคนรู้ใจ เดทฟรีแถมตังค์ปีละ 2.5 ล้าน