13 ขั้นตอนเอาตัวรอดจากวิกฤติการเงินแบบได้ผล 100%!

13 ขั้นตอนเอาตัวรอดจากวิกฤติการเงินแบบได้ผล 100%!

เมื่อหนทาง"การเงิน"มืดมน 13 วิธีนี้ช่วยคุณรอดได้

ปัญหาการเงินส่วนบุคคลเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตกงาน หย่าร้าง ล้มละลาย หรือล้มป่วยฉุกเฉินกระทันหัน แบบว่าใช้ชีวิตอยู่ดีๆ ก็เจอเรื่องไม่คาดฝัน

เจอแบบนี้ก็ปกติที่จะเครียด สับสน รู้สึกควบคุมอะไรไม่ได้ หรือขาดความมั่นใจไปเลย อย่าปล่อยไว้นาน ผลักความรู้สึกด้านบวกขึ้นมา ใส่ความเชื่อมั่นว่า คุณจะต้อง “รอดพ้น” จากสถานการณ์การเงินฝืดเคืองของตัวเองไปให้ได้ Asian Money Guide มี 13 ขั้นตอนเอาตัวรอดจากวิกฤติการเงิน ที่ได้ผลแน่นอน

bride who attends her wedding alone

ขั้นที่ 1 : ยอมรับว่า ความรู้สึกแย่เป็นเรื่องปกติ

ก่อนจะยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องเงิน ทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนว่า เรื่องนี้ทำให้คุณรู้สึกแย่ และเป็นเรื่อง “ปกติ” ที่จะรู้สึกแย่ จะได้รู้ตัวว่า คุณจะเครียด ซึมเศร้า หรือวิตกกังวลมากกว่าปกติในช่วงเวลานี้ การตระหนักรู้สภาพจิตใจของตัวเอง และยอมรับมัน จะช่วยเรียกสติได้ไว และคิดหาทางออกให้กับอนาคตต่อไปได้ไวขึ้น เพราะยังไงทางออกก็ต้องมา แต่มายิ่งเร็วก็ยิ่งดีใช่ไหมล่ะ

ขั้นที่ 2 : พุ่งความสนใจไปที่การยอมรับการเงินของตัวเอง

เมื่อปัญหาเกิด การหนีหน้าง่ายกว่าการพุ่งเข้าชนอยู่แล้ว การหลีกหนีความจริงสบายกว่า ไม่เจ็บปวด แต่ปัญหานั้นจะไม่มีวันหายไป การยอมรับมันจึงเป็นการเจ็บครั้งเดียวแต่หายดีไม่รำคาญเรื้อรัง ขั้นแรกของการเผชิญหน้าปัญหา คือ การยอมรับการมีอยู่ของมัน และพิจารณารายละเอียดของมัน เป็นหนี้กี่บาท เจ้าหนี้เป็นใคร เรียงลำดับความเร่งด่วนของหนี้ ยิ่งรู้รายละเอียดเยอะ ยิ่งควบคุมปัญหาให้อยู่ในกำมือได้มากขึ้น

ขั้นที่ 3 : พูดคุยถึงสถานการณ์

เล่าให้ครอบครัวหรือเพื่อนสนิทฟังว่า มีปัญหาการเงินอะไร เลือกคนที่มีแนวโน้มให้คำแนะนำได้ การพูดให้คนอื่นฟัง ช่วย แบ่งเบาความรู้สึกแย่ในใจ ให้ดีขึ้น และยังเพิ่มโอกาสในการหาวิธีหรือหนทางแก้ปัญหาการเงินได้ด้วย เช่น เพื่อนแนะนำงานดีรายได้งามในเวลารวดเร็วเพิ่ม ถ้าสะดวกหาจิตแพทย์หรือที่ปรึกษาด้านการเงินไปเลยก็ยิ่งดี

วิธีเก็บเงิน ขั้นตอนเอาตัวรอดจากวิกฤติการเงิน

ขั้นที่ 4 : พูดความจริงกับครอบครัว

หลายคนเป็นแบบนี้ บอกกับทุกคนยกเว้นคนในบ้านตัวเอง เพราะกลัวครอบครัวเสียใจ ผิดหวัง หรือเป็นทุกข์ แต่การไม่พูดยิ่งทำให้ตัวเองเป็นทุกข์มากกว่า เพราะคนในครอบครัวที่ไม่รู้จะไม่ช่วยแบ่งเบาสภาพจิตใจและการใช้ชีวิต พอเห็นแบบนี้ทุกวันทั้งวันก็ยิ่งรู้สึกแย่ พูดความจริงกับคนในบ้านดีกว่า ชวนมานั่งคุย ไม่ต้องทำหน้าซีเรียส ถึงพวกเขาจะช่วยเราไม่ได้ แต่ก็จะรู้ว่า ทุกคนในบ้านหลังเดียวกันจะจับมือฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ลูกๆ ที่เจอปัญหาไม่ใช่จะเป็นทุกข์อย่างเดียว กลับเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ชีวิตในด้านที่ท้าทาย และเติบโตเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าใครด้วย

ขั้นที่ 5 : คิดบวกเข้าไว้

คิดในแง่ดี ยึดถือความรู้สึกบวกให้มากๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะใหญ่ และยาก แต่คุณเลือกได้ว่าจะปฏิบัติกับมันแบบไหน การคิดบวกช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ความเครียดลดลง พอไม่เครียด ตาจะสว่าง สมองจะปลอดโปร่ง ปัญญาก็จะเพิ่มมากขึ้น ปัญหาก็จะเล็กลง และในที่สุดก็จะถูกจัดการได้

ขั้นที่ 6 : จดรายการทรัพย์สินที่มี

ขั้นแรกของการลงมือแก้หนี้ คือ เห็นภาพชัดเจนของสถานการณ์การเงินของตัวเอง เริ่มจากทรัพย์สินที่มี จำไว้ว่าทรัพย์สินคือจุดแข็งทางการเงินของคุณ เช่น บ้าน รถ ทองคำ หุ้น จักรยานราคาแพง กระเป๋าแบรนด์เนม เงินสดประเภทเงินเย็นในบัญชีเงินฝากธนาคาร จดมันออกมาใส่กระดาษทั้งหมด

วิธีเก็บเงิน ขั้นตอนเอาตัวรอดจากวิกฤติการเงิน

ขั้นที่ 7 : จดรายการหนี้ที่มี

ทรัพย์สินร่ายยาวเสร็จแล้ว ต่อมาก็ถึงคิวของหนี้สิน เช่น หนี้บัตรเครดิต ใบทวงหนี้ค่าใช้จ่าย หนี้การศึกษา ค่าผ่อนรถ เชื่อไหมว่าคนส่วนใหญ่พอเขียนหนี้ทั้งหมดออกมาแล้ว รู้สึกว่า หนี้ที่มีเล็กน้อยมาก แบบว่ากลุ้มใจเกินเหตุไปเยอะเลย!

ขั้นที่ 8 : คำนวนมูลค่าสุทธิของคุณ

มูลค่าสุทธิของคุณ คำนวณจาก ทรัพย์สินที่มี ลบด้วยหนี้สินที่มี เท่ากับมูลค่าทรัพย์สิน (หรือหนี้สิน) สุทธิ การบวกลบเลขง่ายๆ นี้ ช่วยให้เห็นว่า คุณจะเหลือเท่าไหร่ หลังจากขายทรัพย์สินเพื่อจ่ายหนี้ หรือต้องหาเพิ่มอีกเท่าไหร่

ขั้นที่ 9 : รวมตัวเลขรายได้

งานประจำ งานพาร์ทไทม์ งานจ็อบเสริมเป็นชิ้น รวมให้หมด เพื่อจะได้รู้ว่า มูลค่าเงินที่มีรวมทั้งหมดแล้ว มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไหร่ และมีผลต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากแค่ไหน

ขั้นที่ 9 : รวมตัวเลขค่าใช้จ่าย

ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่ารถ ค่าอาหาร คำนวณออกมาให้หมด เพื่อจะได้ทบทวนว่า แต่ละเดือนใช้จ่ายจริงๆ เท่าไหร่ ในขั้นตอนนี้หลายคนยังถือเป็นโอกาสดีพิจารณาตัวเองว่า ตัดลดค่าใช้จ่ายตรงไหนได้บ้างด้วย

ผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ผ่อนบ้าน กู้ซื้อบ้าน ขั้นตอนเอาตัวรอดจากวิกฤติการเงิน

ขั้นที่ 10 : คำนวณรายได้สุทธิแต่ละเดือน

เหมือนกับการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเลย นำตัวเลขเงินได้รวมทั้งหมด ลบด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็จะได้รายได้จริงๆ ที่ได้โดยไม่ต้องเสียอะไรแล้วในแต่ละเดือน ถ้าตัวเลขติดลบ แก้ด้วยกาารลดค่าใช้จ่าย หรือถ้าไม่ได้จริงๆ ก็หาเงินเพิ่ม

ขั้นที่ 11 : วางแผน

เมื่อมีข้อมูลทรัพย์สินสุทธิ รายได้สุทธิ คุณจะมองเห็นเส้นทางสู่ทางออกสดใส คุณจะรู้ว่าต้องวางแผนยังไงถึงจะแก้หนี้ได้ เช่น หางานใหม่ที่รายได้ดีกว่า หางานเสริมเพิ่ม ตัดลดค่าใช้จ่าย กู้เงินจากธนาคาร หรือเจรจากับเจ้าหนี้ ที่สำคัญ กำหนดระยะเวลาปลดหนี้แต่ละก้อนหรือแต่ละจำนวนเงิน

ขั้นที่ 12 : ลดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย!

ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย ได้แก่ ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ด้วยการลดการใช้ไฟ น้ำ ในบ้าน เปลี่ยนแพ็กเกจโทรศัพท์ให้จ่ายถูกลงแต่ละเดือน เลิกติดอินเตอร์เน็ตบ้าน และใช้แต่อินเตอร์เน็ตโทรศัพท์อย่างเดียว เชื่อไหมแค่นี้ก็ประหยัดไปได้เป็นหลักร้อยถึงพันบาทเลยล่ะ

ขั้นที่ 13 : ลงมือทำ

แผนการที่ดีที่สุด คือ แผนที่ได้ลงมือทำจริง จำไว้ว่ายิ่งปล่อยไว้นาน หนี้ยิ่งเพิ่มพูนด้วยดอกเบี้ย คนส่วนใหญ่ปลดเปลื้องความทรมานในใจด้วยการได้ลงมือทำ กำลังใจดีก็มีชัยไปเกินครึ่งแล้ว

เมื่อผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ หนี้ จะเปลี่ยนเป็นประสบการณ์ชีวิตที่แสนมีค่า แบ่งปัน 13 ขั้นตอนเอาตัวรอดจากวิกฤติการเงิน นี้ ให้คนที่รักไว้ดูแลตัวเอง โชคดีปลอดหนี้ทุกคนค่ะ

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯ เรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้ต่อ

5 ทริคเก็บเงินฉบับชาวพันทิป ทำตามง่ายได้เงินจริง!

ตกงาน ลาออก ถูกเลิกจ้าง ประกันสังคมจ่ายสูงสุด 45,000 บาท!