ให้เงินพ่อแม่เท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ถึงไม่ถูกนินทาว่าเป็นลูกเนรคุณ

ให้เงินพ่อแม่เท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ถึงไม่ถูกนินทาว่าเป็นลูกเนรคุณให้เงินพ่อแม่เท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ถึงไม่ถูกนินทาว่าเป็นลูกเนรคุณ

พวกท่านดูแลคุณมาตลอดชีวิต ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องดูแลท่านบ้างแล้ว แต่เราควรให้เงินจำนวนเท่าไรจึงจะเหมาะสมสำหรับพวกท่านที่เริ่มแก่ตัวลงทุกวันๆ ?

ให้เงินพ่อแม่เท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ถึงไม่ถูกนินทาว่าเป็นลูกเนรคุณ

ให้เงินพ่อแม่เท่าไร ? ถูกสั่งสอนกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ว่าความกตัญญูรู้คุณเป็นความดี คุณธรรมของชีวิตที่แสนสำคัญ โดยเฉพาะคนเอเชีย ความกตัญญูเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง ทำได้ตั้งแต่ รักพ่อแม่ เชื่อฟัง ไม่ดื้อรั้น ไม่สร้างความเดือดร้อน ให้ต้องคอยตามเช็ดล้าง ยิ่งทำคุณประโยชน์ เรียนเก่ง สร้างชื่อเสียงให้ ยิ่งเรียกว่า สุดยอดลูกกตัญญู

เมื่อลูกๆ โตขึ้น นอกจากการกระทำ ก็จะเริ่มมีเรื่องของเงินทอง หรือวัตถุเข้ามาด้วย เป็นคำถามที่ลูกหลานเริ่มคิดเมื่อโตขึ้นว่า ควรส่งเสียเลี้ยงดูบุพการียามแก่เฒ่า ด้วยวิธีไหนบ้าง

ให้เงินพ่อแม่เท่าไร

พูทรี หญิงชาวอินโดนีเซียวัย 30 ปี เผยว่า การให้เงินบุพการี เป็นเรื่องที่ควรทำ ลูกหลานต้องกันเงินได้ของตัวเองส่วนหนึ่ง ไว้ให้พวกท่านด้วย สำหรับเธอแล้วคิดว่า ควรให้เงินท่านประมาณ 20 % ของรายได้ทั้งหมด

มองใกล้ๆ ที่ไทยแลนด์บ้านเรา วี หญิงวัย 36 ปี มองว่า “เวลาที่เราให้เงินพ่อแม่ ฉันจะนึกถึงพระคุณของท่านทั้งสองขึ้นมาทันที ถึงแม้พ่อกับแม่จะไม่เคยเอ่ยปากขอ แต่ฉันก็ให้เงินพวกท่าน ประมาณ 5 % ของเงินเดือนตัวเอง”

จริงอยู่ว่า จำนวนเงินมากน้อย ขึ้นอยู่กับรายได้ของลูกหลาน และความจำเป็นหรือรายได้ของพ่อแม่ แต่เมื่อค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น การแบ่งเงินได้ให้กับคนอื่น เป็นประเด็นที่คิดหนักมากขึ้น หลายคนเริิ่มคิดว่า เรายังต้องให้เงินแก่คุณพ่อคุณแม่อยู่หรือไม่ ให้เงินพ่อแม่เท่าไหร่ ให้น้อยลงได้ไหม จะพูดอย่างไรถ้าไม่สามารถให้เงินได้เท่าเดิม คนที่เป็นลูกหลาน อาจเริ่มจากการตอบคำถามต่อไปนี้ด้วยตัวเองก่อน

1. สภาพคล่องทางการเงินของพวกท่านเป็นอย่างไร?

ไม่ใช่พ่อแม่ทุกคน ที่คาดหวังให้ลูกๆ มาดูแล เพราะพวกท่านเองก็รู้ลึกรู้ดีว่า สถานะทางการเงินของลูกๆ เป็นอย่างไร หรือไม่ก็รู้สึกเกรงใจมาก จนไม่เอ่ยปากทวงถามเรื่องเงินจากลูก ไม่ว่าพวกท่านจะเดือดร้อนแค่ไหน หรือรู้ว่า ลูกทำงานได้เงินมามากเท่าไหร่

ลองดูว่า เงินในบัญชีของพวกท่านมีเก็บอยู่เท่าไหร่ เพียงพอสำหรับการกินอยู่ในชีวิตประจำวันไหม มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอหรือไม่ หากเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล 

2. ครอบครัวคุณใหญ่แค่ไหน?

ถ้าคุณเป็นลูกคนเดี มีแนวโน้มสูงว่า ต้องดูแลคุณพ่อคุณแม่อยู่คนเดียว แต่ถ้าคุณมีพี่น้องแล้วละก็ ลองพูดคุยกับพี่น้อง เพื่อช่วยกันเฉลี่ยเงินให้พวกท่านดู ไม่ต้องรับภาระอยู่เพียงคนเดียว การมีพี่น้องหรือญาติ ยังเป็นข้อดี เพราะสามารถร่วมด้วยช่วยกัน ดูแลสารทุกข์สุขดิบประจำวันได้ด้วย นอกจากการให้เงิน

ให้เงินพ่อแม่เท่าไร

3. ให้เงินพ่อแม่เท่าไร ?

นั่งคำนวณเลยว่า หักลบกลบค่ากินใช้ส่วนตัวที่จำเป็น หนี้สินที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน คุณมีเงินเหลือเท่าไหร่ แล้วก็ค่อยจัดสรรเงินที่เหลือส่วนหนึ่ง ให้พ่อแม่ อีกส่วนก็เก็บออม หรือนำไปลงทุนส่วนตัว

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ของคุณยังไม่เกษียณ ลองมองหากองทุนฝากเงินไว้ให้พวกท่าน อาจจะเป็นเงินของคุณเอง หรือของพ่อแม่ เพราะยิ่งอายุมาก ย่อมยิ่งมีแนวโน้มต้องใช้จ่ายด้านสุขภาพตามอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น อาจจะลงทุนทำประกันสุขภาพให้ ในตอนที่พวกท่านยังคงแข็งแรงและสุขภาพดี

4. พ่อแม่มีสวัสดิการช่วยเหลืออะไรบ้าง

รัฐบาลมีสวัสดิการมากมายสำหรับผู้สูงอายุ ที่สามารถช่วยแบ่งเบาคุณได้ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ บัตรทอง บัตรประกันสังคม บัตรข้าราชการ เบี้ยบำเหน็จบำนาญ ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของคุณ แล้วจะเซฟเงินได้เยอะมาก

แต่ในขณะที่เราดูแลคุณพ่อคุณแม่แล้ว เราไม่ควรที่จะละเลยเรื่องของอนาคตของตัวเอง ช่วงอายุ 20-30 ปี หรือตั้งแต่เริ่มทำงานแรกๆ มีรายได้เป็นของตัวเอง ควรเริ่มวางแผนการเกษียณ โดยมีแนวคิดพึ่งพาตัวเอง มากกว่าให้ลูกหลาน หรือคนรุ่นหลัง หรือแม้แต่รัฐให้มาดูแล

เพราะชีวิตคาดเดาไม่ได้ วางแผนอนาคตไว้อุ่นใจ สบายกันทุกฝ่ายด้วย

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ออมเงินเผื่อเกษียณตั้งแต่ยี่สิบ เร็วกำลังดี 

ทำอย่างไรถึงได้เป็นหุ้นบริษัทตอน 25

เก็บเงินเกษียณตามอายุ: รู้ไหม ว่าเราควรเก็บออมเงินเกษียณในแต่ละปีเท่าไหร่?

Got a parenting concern? Read articles or ask away and get instant answers on our app. Download theAsianparent Community on iOS or Android now!