สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2561 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รู้ก่อนคำนวณช่วยลดภาระจ่ายภาษี 22 ข้อ

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2561 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รู้ก่อนคำนวณช่วยลดภาระจ่ายภาษี 22 ข้อ

สาวๆ จ๋า อย่าเพิ่งส่ายหน้ากับ "การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา" เพราะถ้าคุณรู้จัก สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ทั้ง 22 ข้อนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกเลย!

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ลดภาระจ่ายภาษีได้ถึง 22 รายการ

มนุษย์เงินเดือนทุกคนมีหน้าที่เป็น "ผู้เสียภาษีเงินได้หลักของประเทศ" ยิ่งเงินเดือนสูงยิ่งต้องเสียภาษีมากขึ้นตามไปด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะรัฐบาลก็ได้ให้ สิทธิ์ลดหย่อนภาษี แก่พวกเรา ซึ่งเป็นตัวช่วยลดภาระการจ่ายได้มากเลยทีเดียวค่ะ

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

#รายการลดหย่อนที่นิยมใช้บ่อย

การกู้ธนาคารเพื่อซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ซึ่งต้องผ่อนส่งทุกเดือนนั้น สามารถนำไปคำนวณเพื่อขอลดหย่อนภาษีได้ รวมไปถึงการซื้อประกันชีวิต เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเงินบริจาคต่างๆ (เก็บใบเสร็จหลักฐานเอาไว้ให้ดีเชียว) แต่ละรายการก็มีเงื่อนไขแตกต่างกันไป

  1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว จำนวน 60,000 บาท เป็นค่าลดหย่อนสำหรับคนมีเงินได้ทุกคนที่ยื่นแบบแสดงรายการ
  2. ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวไทย ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท เป็นมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยให้สิทธิตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค. 61 เฉพาะค่าทัวร์ ค่าที่พัก โฮมสเตย์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยว และใช้ได้กับกลุ่มเมืองรอง 55 จังหวัดเท่านั้น
  3. ค่าเบี้ยประกันชีวิต ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยระยะเวลาคุ้มครองในกรมธรรม์ต้องไม่น้อยกว่า 10 ปี (นอกจากเบี้ยประกันชีวิตแล้ว สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อตั้งแต่ 1 ม.ค. 60 มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท) ซึ่งในส่วนนี้สามารถขอรับเอกสารได้จากบริษัทที่ทำประกัน หรือดูในใบเสร็จรับเงินค่าประกันที่จ่ายไปก็ได้
  4. ดอกเบี้ยกู้บ้าน ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หากกู้ร่วม 2 คนแยกยื่นก็นำไปลดหย่อนได้คนละครึ่ง
  5. เงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท หากบริษัทมีให้เลือกหลายอัตราก็ควรเลือกหักเข้ากองทุนในอัตราสูงสุด
  6. เงินประกันสังคม สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท
  7. เงินบริจาค ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ ทั้งนี้ การบริจาคเพื่อการศึกษา เข้ากองทุนวิจัยย บริจาคให้สถานพยาบาลของรัฐ สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

#รายการลดหย่อนกลุ่มครอบครัว

สำหรับคนโสด มองข้ามรายค่าเลี้ยงดูบุตรไปได้เลยจ้า ให้มุ่งมาที่พ่อแม่เป็นหลัก โดยใจความสำคัญจะอยู่ที่ รายได้ของพ่อแม่ ซึ่งต้องไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ 2,500 บาท) ถ้าหากรายได้เกินก็หมดสิทธิ์สำหรับกลุ่มนี้

  1. ค่าเลี้ยงดูบุตร ใช้ลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่คนละ 30,000 บาทแบบไม่จำกัดจำนวนบุตร คำว่า “บุตร” หมายถึง บุตรโดยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม ทั้งนี้ต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี และมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษีนั้น (บุตรอายุระหว่าง 21-25 ปีและกำลังศึกษาในระดับ ปวส. ขึ้นไป กับบุตรอายุ 25 ปีขึ้นไปและเป็นบุคคลไร้ความสามารถ ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้เช่นกัน) หากเป็นบุตรบุญธรรมสามารถนำมาลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คน (นับเฉพาะที่มีชีวิตอยู่)
  2. ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท โดยจ่ายเป็น "ค่าฝากครรภ์" และ "ค่าคลอดบุตร" ถ้าจ่ายสำหรับการคลอดบุตรคนเดิม (ท้องปีนี้ คลอดปีหน้า) ให้ลดหย่อนตามปีที่ใช้ แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท
  3. ค่าลดหย่อนคู่สมรส จำนวน 60,000 บาท เป็นค่าลดหย่อนของคู่สมรส (ตามกฎหมาย) กรณีที่คู่สมรส (สามีหรือภรรยา) ที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้และเลือกยื่นแบบแสดงรายการรวมกันในการคำนวณภาษี
  4. ค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา ใช้ลดหย่อนภาษีได้คนละ 30,000 บาท มากสุดคือ 4 คน ไม่เกิน 120,000 บาท ทั้งนี้บิดา-มารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษีนั้น
  5. ค่าประกันสุขภาพบิดา-มารดา ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้บิดา-มารดาต้องอยู่ในไทยไม่ต่ำกว่า 180 วันและมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษีนั้น ในกรณีของพ่อแม่ของคู่สมรสที่จะนำมาลดหย่อนนั้น จะสามารถนำมาลดหย่อนได้ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้เท่านั้น
  6. เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกินจำนวน 15,000 บาท โดยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ในกรณีที่พ่อแม่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี หากเรามีการซื้อประกันสุขภาพให้ท่าน สามารถนำค่าเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนได้สูงสุดถึง 15,000 บาท และค่าเบี้ยประกันสุขภาพนี้สามารถหารแบ่งกันสำหรับลูกหลายๆ คนได้ด้วย
  7. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกินจำนวน 200,000 บาท โดยต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป มีการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์เมื่อมีอายุตั้งแต่ 55-85 ปี หรือมากกว่านั้น ่รวมถึงต้องจ่ายเบี้ยประกันครบก่อนได้รับผลประโยชน์ด้วย
  8. ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือคนทุพพลภาพ จำนวน 60,000 บาท ถ้าหากคุณเป็นผู้ดูแลคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือคนทุพพลภาพที่มีใบรับรองแพทย์ สามารถนำมาหักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าคนพิการหรือคนทุพพลภาพนั้นต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

#รายการลดหย่อนกลุ่มการออมและการลงทุน

คนที่มีเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์จำนวนมาก และไม่ได้เบิกมาใช้จ่ายอะไรบ่อย แนะนำให้ศึกษาเรื่องการออมและการลงทุนเอาไว้สักนิด เพราะคุณสามารถทำให้เงินที่นอนนิ่งๆ ในบัญชีนั้น งอกเงยได้มากกว่าที่ควรจะเป็น แถมยังช่วยลดภาระการจ่ายภาษีได้อีก!

  1. ดอกเบี้ยจากเงินฝากประจำ หุ้นกู้ หรือพันธบัตรรัฐบาล เวลาได้รับดอกเบี้ยจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% หากฐานภาษีสูงสุดที่ถูกเรียกเก็บน้อยกว่า 15% ก็สามารถขอคืนภาษีที่จ่ายเกินไปได้
  2. เงินปันผลจากกองทุนรวม เวลาได้รับเงินปันผลจากกองทุนรวมจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หากฐานภาษีสูงสุดที่ถูกเรียกเก็บน้อยกว่า 10% ก็สามารถขอคืนภาษีที่จ่ายเกินไปได้
  3. ค่าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระยะยาว โดยเน้นลงทุนในตลาดหุ้นเป็นหลัก ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยกองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% และขายคืนกองทุนได้เมื่อถือครองครบ 7 ปีปฏิทิน
  4. ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ลงทุนไว้ในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ไว้ใช้ในการวางแผนเกษียณ ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และยอดซื้อกองทุน RMF บวกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บวกประกันบำนาญต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยกองทุนมีทางเลือกหลากหลายในการลงทุนมากกว่า LTF แต่ต้องซื้ออย่างน้อยปีเว้นปี 5,000 บาทขึ้นไปหรือขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีขึ้นอยู่กับว่าจำนวนใดจะน้อยกว่ากัน และขายคืนกองทุนได้ตอนอายุ 55 ปีกับถือหน่วยลงทุนไว้อย่างน้อย 5 ปี
  5. ค่าซื้อกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ / กบข. /กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งสามารถสะสมเพิ่มได้โดยขอเปลี่ยน % ที่กำหนดกับนายจ้างไว้
  6. เงินปันผลจากหุ้น เวลาได้รับเงินปันผลจากหุ้นจะถูกหักภาษีนิติบุคคลและหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ทำให้ถูกหักภาษีซ้ำซ้อน ดังนั้นสามารถขอเครดิตภาษีคืนในส่วนที่ถูกหักภาษีนิติบุคคลไป แล้วนำเงินจำนวนนี้มาคำนวณเป็นรายได้บุคคลธรรมดาอีกที
  7. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นกองทุนอีกรูปแบบหนึ่งที่ภาครัฐกำหนดให้เพื่อเป็นช่องทางการออมขั้นพื้นฐานให้กับคนที่ยังไม่ได้มีการวางแผนจัดการเรื่องนี้ ให้ได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบของบำนาญ ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้ผู้มีเงินได้สามารถหักลดหย่อนเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในการคำนวณภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2561 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รู้ก่อนคำนวณช่วยลดภาระจ่ายภาษี 22 ข้อ

เมื่อรัฐเปิดช่องให้มนุษย์เงินเดือนมี สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ได้ถึงมากขนาดนี้แล้ว ก็ควรเช็คสิทธิ์ของตัวเองว่าสามารถลดหย่อนข้อใดได้บ้าง แล้วใช้สิทธิ์นั้นอย่างเต็มที่ไปเลย เพราะเมื่อคำนวณเงินที่ต้องจ่ายภาษีแล้ว ไม่แน่คุณอาจจะไม่ต้องเสียภาษีสักบาท แถมได้เงินคืนอีกต่างหาก ซึ่งคุณสามารถนำเงินที่ได้คืนนี้ไปลงทุนหรือเก็บออมมากขึ้นอีก

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

บทความอื่นๆ

กำไรคูณสอง! 5 สิทธิลดหย่อนภาษี คู่สมรส คู่แต่งงาน

คุณแม่คลอดลูก ได้สิทธิประกันสังคม ลดหย่อนภาษี อะไรได้บ้าง?

เงินฝากประจำปลอดภาษี ทางสว่างของคนออมน้อย แต่หวังผลงามๆ

Written by

NK