หลักการคิดบวก ในชีวิตประจำวัน ส่งผลดีต่อสุขภาพ

lead image

หลักการคิดบวก ในชีวิตประจำวัน ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและสุขภาพใจ.....มีวิธีอย่างไรน้า??

หากมองย้อนไปสมัยก่อนนั้นจะเห็นได้ว่า คนไทยหลายคนมักคิดในแง่ลบกันเป็นส่วนมาก ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดความอิจฉากและความหวาดระแวงในการใช้ชีวิตให้มีความสุข ทั้งที่ในความเป็นจริงหากคุณมองไปในแง่บวกนั้น คุณเพียงแค่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสนุกสุดๆ ไปกับชีวิตของคุณ

การกระทำเปลี่ยนยากหากคุณยังไม่เริ่มเปลี่ยนความคิด ความคิดเป็นเหมือนคำสังให้คุณขยับตัวและเคลื่อนย้ายร่างกาย รวมถึงการรับรู้ถึงความรู้สึกต่างๆ เช่น บางคนสามารถยกตู้เย็นออกมาจากบ้านได้ตอนไฟไหม้บ้าน แม้ว่าตู้เย็นจะหนักมากและคนผู้นั้นก็ไม่สามารถยกได้ แต่เพราะด้วยความคิดของคุณเป็นตัวกำหนดทุกสิ่งในร่างกายนั่นเอง นี่เป็นหลักการที่มาจาก หนังสือ Power of now และ The secret ที่คุณสามารถเรียนรู้หลักแห่งความเป็นจริงเพื่อเข้าใจหลักการการคิดบวกนั่นเอง

มาดู หลักการคิดบวก ในชีวิตประจำวัน กันค่ะ

หลักการคิดบวก ในชีวิตประจำวัน ส่งผลดีต่อสุขภาพ

1. พยายามหาเหตุผล

แน่ล่ะ ทุกอย่างย่อมมีเหตุผลจากการกระทำทั้งนั้น ไม่ว่าใครจะทำอะไรหรือคิดแบบไหน เขาย่อมมีเหตุผลเสมอ เพราะฉะนั้นหากคุณได้ยินอะไรที่ทำให้คุณคิดไปในแง่ลบก็ให้ลองหาเหตุผลก่อน ซึ่งเหตุผลนั้นจะต้องไม่ทำร้ายความรู้สึกของตัวเอง หากจิตใจคุณมั่นคงแล้วสถานการณ์ทุกอย่างก็จะออกมาดี เมื่อนั้นคุณก็จะมีความรู้สึกกับสิ่งที่เป็นในแง่ลบ การคิดบวกในเชิงหากเหตุผลนั้นไม่ใช่เพราะคุณโลกสวยแต่อย่างใด แต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ใช้สิ่งแย่มาส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตแบบมีความสุขของตัวเองได้

2. ลองไปอยู่กับคนคิดในแง่บวกซิ

กลุ่มคนที่คิดในแง่บวกมักส่งเสียงหัวเราะเสมอ เมื่อคุณทำงานจนเครียดแล้วแต่พอเงยหน้าขึ้นก็มีเพื่อนๆ เดินเขามาพูดคุยสร้างเสียงเฮฮาได้ตลอด เพราะคนเหล่านั้นมีหลักการในการคิดบวกมากกว่าลบ เขาจึงเข้าใจถึงความรู้สึกของคนในทำงานด้วยกันแต่ละคน หากคุณลองไปอยู่กับคนคิดในแง่ลบ ความเครียดก็อาจจะมีมากขึ้น จากที่เราต้องการเป็นมิตรกับทุกคนแต่ก็ต้องไประแวงกับอีกคน จนส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมแง่ลบในการทำงาน นั่นก็จะทำให้คุณไม่มีความสุขก็เป็นได้

3. หยุดคิดให้ทัน! แล้วคุณจะมองเห็นอนาคต

หยุดคิดเรื่องที่เป็นแง่ลบเพื่อนที่เราจะสามารถมองไปข้างหน้าได้อย่างก้าวไกลมากขึ้น เมื่อจิตใจคุณหมกมุ่นหรือจดจ่อกับสิ่งหนึ่งเป็นเวลา นั่นก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเกิดความเครียดและเริ่มคิดในแง่ลบก็เป็นได้ ซึ่งหากลองมองคนที่คิดในแง่บวก คุณอาจจะเห็นว่าเขาหางานอดิเรกและใช้เวลากับเพื่อที่คิดในแง่บวกด้วยกันเสมอ เพื่อที่จะเป็นแรงผลักได้กันให้นึกถึงเป้าหมายในอนาคต นอกจากนี้ก็ยังมีการวางแผนการวิจัยออกมาแล้วว่า การคิดในแง่บวกจะกระตุ้นให้คุณมีการวางแผนในอนาคตมากขึ้น

4. ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ!

นี่คือเรื่องจริง! จงอย่าคิดว่าคุณทำไม่ได้! หลายครั้งที่คุณพยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่มันไม่ได้ผลสักที คุณก็ยอมแพ้ งั้นลองไปตั้งสติและค่อยหาเหตุผลซิ บางครั้งการที่เราอาจจะทำผิดวิธี เพราะฉะนั้นก็ลองหาคนที่มีความเชี่ยวชาญนั้นๆ ที่พร้อมจะให้คำปรึกษาคุณซิ ทางออกไม่ได้มีเพียงแค่ 1-2 ทาง แต่ทางออกมีให้คุณเดินหาเป็นสิบ หากคุณลองหาทางออกไปแค่ไม่กี่วิธี ลองไปเรื่อยๆ แต่ให้หาทางออกอย่างชาญฉลาด นี่ก็เป็นแง่คิดแบบบวกๆ ที่คุณไม่ควรดูถูกความพยายามหรือความสามารถของตัวเอง

5. จดบันทึกไว้ซิ

หลายครั้งคุณก็จำเป็นต้องมีการจดบันทึกคำคมหรือสิ่งที่คุณคิดในแง่บวกได้ไว้ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขของตัวเอง หากคุณมีไดอาร์รี่ คุณก็ควรที่จะลองบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันลงไป นี่เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่คิดมากและวิธีนี้ยังทำให้สมองคุณสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย การเขียนไดอาร์รี่บอกเล่าเรื่องราวนั้นนอกจากจะช่วยให้คุณสามารถตระหนักถึงหลักการคิดบวกแล้ว ยังเป็นตัวควบคุมอารมณ์ที่อาจมีผลกระทบต่อตัวคุณเองได้เช่นกัน

 

นี่ก็เป็น หลักการคิดในแง่บวก ในชีวิตประจำวัน ที่คุณสามารถนำไปใช้ไดกับชีวิตในการทำงานหรือการพบปะผู้คนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี หากคุณเป็นคนคิดในแง่บวก คุณก็จะสามารถดึงดูดผู้คนที่มีความคิดในแง่บวกเช่นเดียวกับคุณได้เช่นกัน และนี่ก็เป็นอีกพลังงานทางบวกที่จะส่งผลให้คนรอบข้างคุณต่างมีความสุขไปด้วยนั่นเอง

Cr. www.psychologytoday.com , open.buffer.com

 

บทความที่น่าสนใจ

คิดบวกในการทำงาน ส่งผลความก้าวหน้า!

5 วิธี ปลุกพลังการทำงานออฟฟิศตอนเช้า

10 คำคมคนดัง สร้างแรงบันดาลใจ

Written by

pimsandra