เก็บเงินเกษียณตามอายุ: รู้ไหม ว่าเราควรเก็บออมเงินเกษียณในแต่ละปีเท่าไหร่?

ในแต่ละช่วงอายุ คุณควรเก็บเงินไว้ในบัญชีเงินออมเท่าไหร่? นี่จะทำให้คุณได้รู้ว่าคุณกำลังเก็บเงินได้ตรงตามเป้าหมาย หรือว่าคุณจำเป็นต้องเก็บเงินให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม

แพทริเซีย อายุ 24 ปี กล่าวว่าการออมเงินแทบไม่ได้อยู่ในแผนการเงินเธอเลย “ฉันแทบไม่ได้สนใจเก็บออมเงินของตัวเองเลยด้วยซ้ำ” เธอกล่าว “ถ้าหากในเดือนใดที่ฉันมีเงินเหลือในช่วงสิ้นเดือน ฉันจึงจะนำเงินนั้นมาเก็บเป็นเงินออม นอกซะจากว่าเมื่อไหร่ที่ฉันได้รับเงินเพิ่มมากขึ้น ฉันถึงจะคิดเรื่องเงินออมแบบจริงจังสักที”

คนรุ่นใหม่มากมาย (แม้แต่ผู้ใหญ่หลายคน) ก็ยังไม่ให้ความสำคัญกับการเก็บออมเงินเท่าใดนัก จนกระทั่งเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญที่จำเป็นต้องใช้เงิน (เช่น การซื้อของครั้งยิ่งใหญ่ หรือการเกษียณอายุการทำงาน) เขาจึงเริ่มตระหนักเห็นความสำคัญของการเก็บออมเงินไว้ใช้

การออมเงิน ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะนอกจากคุณจะเจียดเงินเพียงเล็กน้อยในแต่ละเดือนแล้ว คุณยังจะได้รับผลประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้นที่งอกเงยขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต (อ่านลิงก์ที่เกี่ยวข้อง ควรเริ่มออมเงินเพื่อการเกษียณตั้งแต่อายุเท่าไร)

แล้วจำนวนเงินเท่าไหร่ล่ะ ที่คุณควรตั้งเป้าหมายในการออมเงินแต่ละเดือน? เป้าหมายในการออมเท่าไหร่ถึงจะดี? โดยทั่วไปแล้วขึ้นอยู่กับอายุที่คุณต้องการเกษียณออกจากงานที่ทำ และคุณต้องการรูปแบบชีวิตแบบไหนในวัยหลังเกษียณ แต่เพื่อให้ง่ายขึ้น นี่คือแนวทางขั้นพื้นฐานเพื่อช่วยเป็นไอเดีย ว่าคุณควรจะตั้งเป้าหมายทางการเงินอย่างไร

การออมเงินเกษียณตอนอายุ 25 ปี

เมื่ออายุ 25 ปี, คุณควรมีเงินเก็บออมเป็นจำนวน 1 ใน 4 ของรายได้รวมต่อปี “นั่นคือเงินจำนวน 25% ที่เกิดจากเงินในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ รวมกับเงินสดที่เหลือใช้ในทุกสิ้นเดือน” คิมมี่ กรีน กล่าวใน CNBC “แค่จำไว้ว่าอย่าให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคุณสูงกว่า 75% ของรายได้ต่อปี”

การออมเงินเกษียณตอนอายุ 30 ปี

มื่ออายุ 30 ปี, ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า คุณควรจะมีเงินเก็บเท่ากับรายได้ต่อปีของคุณเอง ซึ่งหมายถึง เงินสมทบในบัญชีเกษียณของคุณ (แต่ไม่รวมค่าดอกเบี้ยที่ได้เพิ่มเข้ามา) รวมกับเงินเก็บที่เหลือใช้ในแต่ละเดือน และเงินฝากออมทรัพย์ในกองทุนต่างๆ

การออมเงินเกษียณตอนอายุ 35 ปี

ในวัย 35 ปี, คุณจะรู้สึกกดดันมากขึ้นที่จะเก็บออมเงินสำหรับการเกษียณอายุ เพราะว่าในอายุ 35 ปี คุณควรต้องมีเงินนอนรออยู่ในบัญชีเงินเก็บเป็นจำนวน 2 เท่าของรายได้ต่อปี

การออมเงินเกษียณตอนอายุ 40 ปี

ในวัย 40 ปี, คุณควรต้องมีเงินนอนรออยู่ในบัญชีเงินเก็บเป็นจำนวน 3 เท่าของรายได้ต่อปี

การออมเงินเกษียณตอนอายุ 45 ปี

ในวัย 45 ปี, คุณควรต้องมีเงินนอนรออยู่ในบัญชีเงินเก็บเป็นจำนวน 4 เท่าของรายได้ต่อปี และในจุดนี้ รายได้ของคุณจะคงที่หรืออาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นคุณควรจะนำเงินไปลงทุน เพื่อให้เงินนั้นเพิ่มพูนงอกเงยมากขึ้น

การออมเงินเกษียณตอนอายุ 50, 55, 60 และ 65 ปี

ผู้เชี่ยวชาญจาก Fidelity กล่าวว่า คุณควรจะมีเงินเก็บในบัญชีเป็นจำนวน 10 เท่า ตอนอายุ 67 ปี 

นั่นหมายความว่าตอนอายุ 50 ปี คุณควรจะมีเงินเก็บในบัญชีเป็นจำนวน 5 เท่าของรายได้

ตอนอายุ 55 ปี คุณควรจะมีเงินเก็บในบัญชีเป็นจำนวน 6 เท่าของรายได้

ตอนอายุ 60 ปี คุณควรจะมีเงินเก็บในบัญชีเป็นจำนวน 7 เท่าของรายได้ และอายุ 65 มีเงินเป็น 8 เท่าของรายได้

ตัวเลขเหล่านี้อาจจะฟังดูเยอะและน่าตกใจ แต่จำไว้ว่าถ้าหากคุณเริ่มต้นเก็บออมเร็ว การเก็บในเงินจำนวนนี้สามารถเป็นไปได้แน่นอน

แล้วถ้าหากอายุ 30/40 ปี แต่ยังไม่ได้เริ่มเก็บเงินล่ะ?

ถ้าหากว่าคุณยังไม่ได้เริ่มต้นการออมเงินเลยแม้แต่น้อย นี่คือเวลาที่คุณควรต้องเริ่มแล้ว เพราะแน่นอนว่าถ้าคุณยิ่งเริ่มต้นช้า คุณก็ยิ่งต้องเพิ่มจำนวนเงินขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าหากอยากรู้ว่าคุณต้องเพิ่มเงินจำนวนเท่าไหร่ในแต่ละปี อ่าน (ฉันควรจะต้องประหยัดมากแค่ไหนหากฉันเริ่มออมเงินช้า?)

อ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆ