เป็นฟรีแลนซ์ ยุคค่าครองชีพสูง ทำไงให้อยู่รอด!

lead image

การเป็นฟรีแลนซ์สามารถทำเงินได้มาก แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในการขาดงานเช่นกัน ยิ่ง “เป็นฟรีแลนซ์ ยุคค่าครองชีพสูง” นี้ยิ่งยากเลย

ปัจจุบันมีหลายคนที่ออกจากงานประจำและเริ่มทำงานฟรีแลนซ์กันมากขึ้น เพราะด้วยเงินเดือนที่อาจมีมากกว่าและความอิสระในการทำงาน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็สามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้เช่นกัน  เพียงใช้ทักษะการทำงานที่คุณมี ยิ่งด้วยทักษะเรื่องภาษาจะเป็นประตูที่สามารถเปิดโอกาสในการทำงานฟรีแลนซ์ของคุณได้มากขึ้น

บริษัทสตาร์ทอัพหลากหลายบริษัทปัจจุบันกำลังมองหาฟรีแลนซ์เพื่อเข้ามาช่วยงานในภายใน การจ้างฟรีแลนซ์สำหรับบริษัทแล้วเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างมาก เพราะนอกจากทางบริษัทไม่จำเป็นต้องเสียค่าสวัสดิการให้กับชาวฟรีแลนซ์แล้วเขายังสามารถได้งานที่ไวขึ้นอีกด้วย แต่หากมองในฝั่งทางฟรีแลนซ์แล้วพูดถึงความมั่นคงล่ะก็ เรื่องนี้ค่อนข้างจะมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน  

เป็นฟรีแลนซ์ ยุคค่าครองชีพสูง

5 วิธีรับมือกับการ เป็นฟรีแลนซ์ ยุคค่าครองชีพสูง

เมื่อเราพูดถึงความมั่นคงและการใช้ชีวิตในกรุงเทพที่มีค่าครองชีพสูงนี่ เราจะมีวิธีรับมือกับการ เป็นฟรีแลนซ์ ยุคค่าครองชีพสูง อย่างไรดีนะ

1. คลายความกังวลด้วยการทำสัญญา

หากคุณเป็นฟรีแลนซ์มือใหม่ สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ไว้ก็คือ การทำสัญญากับบริษัทในการจ้าง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการตกงาน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่นักทำงานฟรีแลนซ์แบบประจำ ที่คุณจำเป็นต้องทำไว้ การทำสัญญาก็ควรจำเป็นต้องระบุค่ามัดจำและระยะเวลาในการจ้าง หากต้องการจ้างมากกว่า 1 ปีก็ให้ทำสัญญาไว้ปีต่อปี หลายครั้งที่บริษัทต้องการจ้างฟรีแลนซ์ชั่วคราวเพื่อรอพนักงานประจำ และซึ่งนี่ก็อาจเป็นเรื่องที่เพิ่มความเสี่ยงและความไม่แน่นอนให้กับฟรีแลนซ์ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องตกลงกับบริษัทไว้ให้ดี

2. ประหยัดได้จะดีมาก  

การเป็นชาวฟรีแลนซ์นั้นไม่ยากและไม่ง่าย เพราะฉะนั้นการออมเงินจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับอนาคตของชาวฟรีแลนต์ อย่างที่รู้กันว่า การทำงานฟรีแลนซ์เป็นเรื่องไม่แน่นอน ในบางครั้งคุณอาจจะได้ถูกปฎิเสธงานกลางคัน หากผู้จัดหางานได้เสนอที่ดีกว่าหรือถูกกว่านั่นเอง เพราะฉะนั้นหลายคนจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนสร้างเนื้อสร้างตัว หรือ สร้างธุรกิจเป็นของตัวเองเพื่อให้ชีวิตการทำงานของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมั่นคงนั่นเอง

3. กระตือรือร้นในการหางาน

สำหรับชาวฟรีแลนซ์ที่ทำงานเต็มเวลา คุณจำเป็นจะต้องมีลูกค้ามากกว่าหนึ่งรายเพื่อป้องกันการว่างงานจากอีกรายหนึ่งนั่นเองและเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับคุณได้อีก การทำงานเป็นเจ้านายตัวเองในแบบชาวฟรีแลนซ์เป็นเรื่องที่น่าท้าทายอย่างมาก เพราะนี่เป็นเหมือนแบบทดสอบความรับผิดชอบในการทำงานและด้านการจัดการเรื่องการใช้เงินของตัวเอง การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ นี้เพียงเดินออกจากบ้านไม่กี่ก้าวก็อาจจะต้องเสียเงินซื้อของเกือบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องหางานเพื่อให้ได้เงินมากกว่างานประจำที่คุณเคยได้นั่นเอง

4. บวกเพิ่มราคางานตามอายุงาน

ฟรีแลนซ์ขี้เกรงใจมักไปไม่รอด! หลายคนมีความเกรงใจแม้ว่าจะมีประสบการณ์มาเกือบ 5 ปีแล้วแต่ก็ไม่กล้าคิดค่างานเพิ่ม แม้ว่าการคุณจะมีเงินใช้ไม่พอ บางคนอาจกำลังเครียดที่ว่าเป็นฟรีแลนซ์แต่กลับได้เงินไม่เพียงพอ เพราะด้วยการตั้งราคาที่ถูกเกินไปและไม่กล้าขึ้นค่าแรงเพราะกลัวลูกค้าปฏิเสธ ทั้งนี้หากด้วยเพราะเหตุผลนี้ คุณควรทำการหาลูกค้าคนใหม่และตั้งราคาที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุการทำงาน เมื่อคุณได้ลูกค้าคนใหม่แล้วก็ให้ลองพิจารณากับคนเก่าดู แต่หากคุณสนิทกับลูกค้าที่ทำงานให้อยู่ ก็ลองมานั่งพูดคุยกันดูก็น่าจะช่วยได้เช่นกันค่ะ

5. เริ่มลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ  

การเป็นฟรีแลนซ์นั้นไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ต้องมีการพัฒนาตัวเองและใช้ทักษะแบบเดิม การพัฒนาทักษะและความรู้ในระหว่างเป็นฟรีแลนซ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แม้ว่าคุณจะมีประสบการณ์มาหลายปีแล้วก็ตาม เพราะสิ่งต่างๆ รอบตัวหมุนเวียนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเพิ่มเติมทักษะใหม่ๆ เข้าไปในการก็เหมือนเป็นการแต้มสีสันในผลงานให้กับลูกค้า เป็นการสร้างมูลค่าและความน่าประทับใจให้กับตัวคุณเอง นอกจากนี้ก็ยังสามารถเรียกค่าตัวเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

 

นี่ก็เป็น วิธีการเอาตัวรอดของชาวฟรีแลนซ์ ยุคเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง เพราะปัจจุบันฟรีแลนซ์เพิ่มมากขึ้น การแข่งขันในการหางานฟรีแลนซ์ก็เพิ่มขึ้นมากไปอีก ทำให้เราจำเป็นต้องรู้จักใช้เงินและเตรียมพร้อมกับสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี

 

บทความที่น่าสนใจ

อยากเป็นฟรีแลนซ์ต้องรู้!! การยื่นภาษีของฟรีแลนซ์

ข้าราชการ ฟรีแลนซ์ ทำเนียนไม่จ่ายหนี้ กยศ

อยากทำงานฟรีแลนซ์ ต้องเจออะไรบ้าง

Written by

pimsandra