เรียนจบแล้วยังไม่มีงานทำ 8 เรื่องที่ควรทำ ช่วงกำลังหางาน

เรียนจบมาตั้งนานหางานไม่ได้สักที ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์แบบนี้สิ

เรียนจบไม่มีงานทำ 8 เรื่องที่ควรทำ เตรียมตัวตอนหางาน

ทุกๆ ปี จะมีนักศึกษา ที่เรียนจบ สำเร็จการศึกษาออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัย วิทยาลัย เป็นบัณฑิต ที่พกพาความรู้มาแน่นพร้อมเข้าสู่โลกการทำงาน ที่เชื่อว่า ความพร้อมต้องมีระดับนึงแล้ว เพราะสมัยเรียนต้องอดหลับอดนอน ทำการบ้าน ค้นคว้าข้อมูลทำรายงานตามที่อาจารย์สั่ง เทอมๆ หนึ่งยังเรียนตั้ง 5-6 วิชา ไม่รวมสอบยิบย่อยอีก

แต่ถึงอย่างนั้น ชีวิตการทำงาน ของจริง ยากลำบากกว่านั้นแน่นอน! และจะยากขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลาที่ผ่านไป หลายคนบอกว่า ด่านแรกที่ยากคือ สมัครงาน นี่แหละ! เพราะแต่ละบริษัท ตั้งคุณสมบัติพนักงานไว้เว่อร์วังเหลือเกิน แถมอยากได้ประสบการณ์หลายๆ ปี เพิ่งเรียนจบจะเอาจากที่ไหนมาให้! คนจบใหม่หลายคน เลยแอบ ว่างงาน แต่ช่วงเวลาว่างๆ ไม่มีงานทำ แบบนี้บอกเลยว่า เป็นโอกาสดีเหมือนกัน นี่คือ 8 อย่าง ที่ เรียนจบไม่มีงานทำ ควรทำอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่ ยังไม่มีงานทำ หรือ หางานที่ใช่ไม่เจอ !

หางาน เรียนจบยังไม่มีงานทำกำลังใจ ให้กำลังใจ ประโยคให้กำลังใจ

1. ค้นหางานแบบกว้างๆ

ถ้าคุณเจาะจงว่า อยากได้งานเป็น กราฟฟิกดีไซเนอร์ ในบริษัทออกแบบที่มีสวัสดิการอาหารฟรีทุกวันศุกร์ ก็ไม่มีใครว่า! แต่ก็ทำใจไว้เลยว่า งานในฝัน แบบนี้มีไม่เยอะหรอก

ดังนั้นถ้ารู้ตัวแล้วว่า งานแบบนี้มันหายาก ให้ทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า ลองหางาน ที่เข้ากับ ความสนใจ หรือ ความถนัด ของเรา จะดีกว่า ไม่ได้หมายความว่า ให้เลือกรับงานไปทั่วนะ แต่ให้ลอง เปิดใจรับโอกาสการทำงานแบบกว้างๆ ดู เพราะหลายๆ ครั้ง งานที่ดูเหมือนว่าไม่ใช่ ไม่เคยอยู่ในสายตามาก่อนนี่แหละ กลับกลายเป็นงานที่ใช่ที่สุด ชอบที่สุดในชีวิตก็เป็นได้!

2. หาที่ฝึกงาน

ตำแหน่งงานจำนนวนไม่น้อยเลย ชอบระบุว่า “เปิดรับนักศึกษาจบใหม่” แต่กลับแนบคำว่า “ขอประสบการณ์อย่างน้อย 1 ปี” ทำไมย้อนแย้งกันแบบนี้! อย่าเพิ่งกรอกตามองบน แล้วเลื่อนโพสต์หนี ประสบการณ์ทำงาน ที่บริษัทต้องการ ไม่จำเป็นว่าต้องมาจากการทำงานประจำสักหน่อย! ช่วงฝึกงาน ก็นับเป็นประสบการณ์เหมือนกัน! ช่วงที่ จบใหม่ และ ยังไม่มีงานทำ เนี่ย ให้ลองสมัครฝึกงานดู เผลอๆ จะได้รับโอกาสฝึกงานง่ายกว่าคนอื่น เพราะไม่มีกำหนดการฝึก ฝึกได้เรื่อยๆ แล้วก็เผลอๆ อีกว่า จะได้รับเข้าบรรจุทำงานเลย เพราะเคยทำงานพิสูจน์ให้บริษัทเห็นแล้วว่า คุณเจ๋งแค่ไหน

3. ตั้งเวลา หางาน ในแต่ละวัน

สำหรับคนว่างงาน การหางาน คือ งานของคุณค่ะ แทนที่จะรอโอกาสวิ่งเข้าชนอย่างเดียว เดินหน้าเข้าไปหาโอกาสด้วย จัดเวลาในแต่ละวันว่า จะหางานและส่งเรซูเม่ ตอนไหน กี่ชม. แม้ว่าบางวัน อาจจะไม่เจองานที่ใช่ แต่อย่างน้อย คุณก็จะได้มีโอกาส เกลาประวัติสมัครงานให้ดูดี เข้าเค้ากับตำแหน่งงานดีๆ ที่มีอยู่ในตลาด ศึกษาแนวโน้มว่า ตอนนี้บริษัทต่างๆ ต้องการรับคนแบบไหนบ้าง โอโห ประโยชน์เยอะแยะมากมายเลยล่ะคุณขา!

กำลังใจ ให้กำลังใจ ประโยคให้กำลังใจ เรียนจบไม่มีงานทำ

4. วางแผนการเงิน

อย่าเพิ่งร้องว่า เดี๋ยวๆๆ ยังไม่ได้งานเลย ถึงไม่ได้งาน แต่ถ้ายังใช้เงินอยู่ห้ามปฏิเสธ ถึงจะบอกว่าพ่อแม่ฉันยังไม่ว่าอะไรเลย ที่เกาะพวกท่านกิน แต่ลองคิดให้ดี ในอนาคต จะมีสิ่งที่เราอยากได้เยอะขึ้นแน่ๆ เช่น บ้าน รถ ข้าวของเครื่องใช้ดีๆ ถ้าเราไม่วางแผนการเงิน ตั้งเป้าหมายการเงิน ตั้งแต่ตอนนี้ แรงจูงใจ ในการหาเงิน ก็จะไม่มี อย่างน้อยที่สุด การวางแผนใช้จ่ายเงิน จะทำให้เรารู้ว่า ต้องใช้จ่ายประมาณไหน รู้จักประหยัด แค่ ประหยัดเงิน เป็น ก็ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างหนึ่งแล้ว

5. หาคนรู้จัก หรือ สร้างเครือข่าย ของตัวเอง

มีคำกล่าวว่า “ ไม่สำคัญว่าคุณรู้อะไร แต่สำคัญว่า คุณรู้จักใคร ต่างหาก ” จะบอกตรงๆ ว่า จริงนะคะ สมมติว่า เรารู้จักกับหัวหน้าแผนกสายงานที่เราสนใจของบริษัทหนึ่ง การที่เราเสนอตัวขอทำงานกับบริษัทกับเขาตรงๆ เข้าถึงเขาได้ง่ายกว่า การส่งเรซูเม่ผ่านฝ่ายบุคคลอีก (แต่ก็ยังควรต้องส่งนะ ตามมารยาท) แต่หมายถึงว่า คุณจะได้รับการพิจารณาเร็วขึ้น เป็นตัวเลือกในความคิดของเขา เพราะสุดท้าย คนส่วนใหญ่มักเลือกทำงานกับคนที่เขารู้จักดี ไว้ใจได้ มากกว่าอยู่ดี เพื่อลดความเสี่ยงของตัวเอง ไม่แน่ว่า ตำแหน่งงานที่ตามหา อาจจะไม่เคยปรากฎในประกาศรับสมัครที่ไหน แต่ออกมาจาก “ปากของคุณ” นี่เอง

6. พัฒนาทักษะ หรือ ความสามารถ ใหม่

ช่วงจบมหาวิทยาลัย กำลังหางาน ว่างๆ นี่แหละ เป็นโอกาสดีที่จะเรียนวิชาใหม่ๆ วิชาอะไรก็ได้ ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับอาชีพที่อยากทำ เช่น อยากทำงานในวงการธุรกิจแต่งงาน งั้นไปเรียนเขียนพู่กันมั้ย ชอบเขียน งั้นทำบล็อกหรือเพจของตัวเองมั้ย สมัยนี้ มีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีเยอะแยะเต็มไปหมด แถมหลายคอร์สยังมีประกาศนียบัตรให้อีกต่างหาก เมื่อโอกาสงานมาถึง ก็สามารถนำทักษะพวกนี้ไปยื่นแซมดีกรีที่จบมา คนที่มีความรู้ความสามารถแน่นๆ บริษัทไหนก็อยากได้ตัวมาทำงานด้วย

7. อัพเดต และ แต่งเรซูเม่

งานแต่ละงาน อยากได้คนที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป จำไว้ว่า เรซูเม่เดียว ส่งไปทุกงาน ไม่ได้ผล เสียแรงเปล่า มากกว่าจะได้งานนะคะ! หรือต่อให้ได้งาน ก็มักจะพบว่า ไม่ตรงกับงานที่อยากได้จริงๆ ในภายหลัง เลือกงานเสร็จ เมื่อเจองานที่อยากได้ ให้แต่งเรซูเม่ให้ตรงกับงานนั้นๆ แล้วค่อยส่งไปค่ะ ถ้างานนั้นเป็นงานที่ใช่สำหรับเรา สองฝ่ายจะดึงดูดเข้าหากันเอง จะไม่เสียแรงและเวลาเปล่าๆ

ถ้ายังไม่เจองานที่ใช่เลย ก็ใช้เวลานี้ อัพเดตประวัติสมัครงาน ให้เป็นปัจจุบัน และสวยที่สุด ใช้คอนเซปต์เดียวเหมือนแต่งหน้าแต่งตัวแหละให้สวยหล่อที่สุด เพื่อดึงดูดให้บริษัทเข้าหา หรือพอเจอบริษัทที่ตรงกัน ก็จะได้ ส่งเรซูเม่ ให้เขาพิจารณาได้เร็วกว่าใคร แสดงให้เห็นว่า เราโคตรพร้อมทำงานกับคุณจริงๆ!

8. คิดบวก

กลับมาที่เรื่องทั่วไปแต่โคตรจริงของชีวิต คนคิดดี ชีวิตก็จะได้ดีค่ะ การควบคุมจิตใจให้เป็น กำหนดจิตว่า ฉันจะเจอเรื่องดีๆ ด้วยการวางแผนให้ดี คิดให้ดี ทำให้ดี พูดให้ดี กระบวณการดี จะพาคนนั้นไปสู่สิ่งดี เป้าหมายดี ถ้าหางานอยู่ ก็จะได้งานดีเอง ไม่จำเป็นต้องเครียด เหตุผลง่ายๆ คือ เครียดไปก็ไม่ช่วยให้คุณหางานได้เร็วขึ้นกว่าเดิมแม้แต่วินาทีเดียวค่ะ ลองนำ 8 เรื่องนี้ไปทำดู รับรองว่า ได้ผลแน่ ไม่มากก็ไม่น้อยล่ะค่ะ ขอให้โชคดีได้งานที่ใช่ทุกคนเลย!

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้

ชาวเน็ตแชร์คำถามสัมภาษณ์งาน “โคตรยาก” แต่ไม่น่าเชื่อว่ามีคนตอบได้ด้วย!

10 เว็บทำ resume ฟรี อ่านแล้วถูกใจ อยากจ้างทำงาน!