คำสอน "แจ็ค หม่า" สุดยอดมหาเศรษฐีแนะสิ่งที่คนแต่ละวัยควรต้องทำ

ไม่ว่าใครฟังแล้ว ต้องโดนใจย้อนดูตัวเองกันบ้างแหละ

คำสอน แจ็ค หม่า แนะนำ สิ่งที่คุณควรทำตอนอายุ 20 ถึง 60 ปี

แจ๊ค หม่า เจ้าพ่ออาณาจักรค้าปลีกออนไลน์จีน Alibaba ที่กำลังมาแรงที่สุดเจ้าหนึ่งของโลก ให้สัมภาษณ์ พูดคุยกับสื่อหลายที่ นับตั้งแต่ธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จ ทุกครั้งที่เขาพูด ก็จะมีคนสนอกสนใจ ตั้งใจฟัง เพื่อซึมซับเอาความรู้ จากชายคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าตะเกียกตะกายจากศูนย์ไม่มีอะไร มาสู่ที่สุดของโลก

แต่หนึ่งในการสัมภาษณ์ของ หม่า ที่ฮือฮาที่สุด คือ สัมภาษณ์ผ่านทางช่อง KBS ของเกาหลี เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน เกี่ยวกับ แนวคิดการประสบความสำเร็จ ในแต่ละช่วงชีวิต ที่ไม่ว่าใครฟังแล้ว ก็โดนใจจึ้กๆ ฉุกคิดย้อนดูตัวเองกันเป็นแถวๆ

แจ็ค หม่า jack ma

คลิปการสัมภาษณ์ของ หม่า อธิบายว่า ในแต่ละช่วงอายุ มีเคล็ดลับความสำเร็จที่แตกต่างกันออกไป เพราะในแต่ละช่วงเวลา มีสิ่งที่ต้องทำแตกต่างกัน เรามาดูกันว่า เคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศจีน และอันดับต้นๆ ของโลก ในแต่ละช่วงชีวิต มีอะไรบ้าง

1. “ก่อนอายุ 20-25 ปี ไม่ต้องห่วงหรือกังวลเรื่องความผิดพลาดหรอก พลาดก็แค่ลุกขึ้นมาใหม่ ผิดพลาดให้เต็มที่ มันเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับคุณทุกคน ผมบอกตัวเองและเด็กๆ เสมอว่าก่อนจะอายุ 20 จงทำตัวเป็นนักเรียนที่ดี นั่นเป็นช่วงเวลาที่คุณจะซึมซับความรู้ และสั่งสมประสบการณ์ได้ดีที่สุด”

ถ้าลองมาคิดดู ตามคำแนะนำของ แจ็ค หม่า ช่วงวัยนี้ สำหรับเด็กไทย เป็นช่วงที่บางคนอาจจะกำลังเรียนอยู่ หรือเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ และเพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน ความผิดพลาดที่เกิดจากความไม่รู้และขาดประสบการณ์ เป็นสิ่งที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นได้สูงมาก แต่เมื่อผิดพลาดแล้ว จะเกิดการเรียนรู้และมีประสบการณ์เพิ่มขึ้น ในช่วงอายุที่ยังน้อย คุณมีเวลาล้ม และหากล้มแล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อ คุณจะเก่งขึ้น และแข็งแกร่งกว่าเดิมแน่นอน

2. “ก่อนจะอายุถึง 30 ปี ไม่ได้สำคัญว่าคุณจะไปทำงานที่บริษัทไหน แต่สำคัญที่นายของคุณเป็นใคร นายที่ดีจะสอนคุณให้รู้จักการเรียนรู้ที่ต่างออกไป จงติดตามนายที่ดี จงทำตามเขา จงไปที่บริษัทเล็ก เพราะปกติ บริษัทใหญ่ๆ จะให้คุณรู้จักแค่กระบวนการทำงาน คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่เมื่อคุณไปบริษัทเล็ก คุณจะได้เรียนรู้ถึง passion และความฝันของคุณ”

เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจคนละแบบกับ หม่า เพราะเรามักได้รับการปลูกฝัง ให้มุ่งหน้าสมัครงาน ร่วมงานกับบริษัทชั้นนำ บริษัทที่มีความมั่นคงสูง ถ้าได้เข้าทำงานกับบริษัทแบบนี้ จงทำงานหนักด้วยความจงรักภักดี ไม่ต้องคิดอะไรก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียว

ขณะที่ หม่า แนะนำว่า ถึงจะแนะนำให้ทำงานหนัก เหมือนว่ายน้ำกลางมหาสมุทร มุ่งหน้าหาฝั่ง แต่ก็ให้มุ่งมั่นไปหาเป้าหมายที่น่าสนใจ เหมือนกับการว่ายน้ำเข้าหาฝั่งแบบเงยหน้าขึ้นมามองฟ้ามองทางบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ใช้แรงจ้ำอย่างเดียว

แจ็ค หม่า

3. “ช่วงวัย 30-40 ปี คุณจะต้องทำงานเพื่อตนเอง เพื่อความสำเร็จ หากคุณต้องการเป็นผู้ประกอบการ

หลังจากเริ่มเข้าวัย 30 คุณจะเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น จนสามารถออกมาเป็นนายตัวเองได้ และเริ่มทำงานให้กับตัวเอง เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตขึ้น แต่แน่นอนว่า แต่ละคนอาจจะมีเป้าหมายไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไม่ต้องการที่จะออกมาเป็นนายตัวเอง เราก็อาจจะปรับแนวคิดนี้ เป็นการทำงานแบบผู้นำ ที่สามารถนำทางด้วยตัวเอง ชี้แนะผู้อื่นได้ เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้คน

4. “วัย 40-50 ปี คุณจะต้องทำงานที่คุณชำนาญที่สุด อย่าไปมองหางานประเภทใหม่ๆ มันสายไปแล้ว คุณอาจจะทำสำเร็จแต่โอกาสที่คุณจะล้มเหลวมันใหญ่เกินไป ให้คุณโฟกัสในสิ่งที่คุณถนัดดีกว่า”

คำสอนนี้เป็นคำสอนที่ใช้ได้สำหรับทุกคน ลองคิดดูว่า เมื่อคุณอายุ 40ปี สมองคุณคงสู้เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้แล้ว สิ่งที่คุณได้เปรียบ คือ ความชำนาญและความเก๋าในประสบการณ์ ในธุรกิจ หรืองานที่คุณทำ ฉะนั้นจงโฟกัสและทำธุรกิจเดิมของคุณให้ดีที่สุดต่อไป

แต่หากสมมุติว่า ธุรกิจ หรืองานของคุณมันถึงทางตัน หรือ ขาลง ก็อาจจะลำบากสักหน่อย คุณก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจ ก็พยายามให้เป็นธุรกิจที่ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด และพอจะสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์เดิมได้บ้าง สำหรับข้อนี้ จริงอยู่ว่า หม่า มองว่าไม่ควรล้มเหลว แต่จำไว้ว่า ถ้าตราบใดที่คุณยังหายใจอยู่ การล้มเหลวไม่ใช่จุดจบของชีวิต It’s not the end of the world. โลกยังไม่แตกหรอกนะคะ ขอแค่ปรับตัว เราต้องไปได้สักทาง

แจ็ค หม่า

5. “วัย 50-60 คุณควรทำงานเพื่อคนรุ่นหลัง เพราะคนรุ่นหลังที่ยังเป็นหนุ่มสาว จะทำงานเก่งกว่าคุณ จงพึ่งพาเขา จงลงทุนในเขา ทำให้พวกเขามีความสามารถ”

คำกล่าวของ หม่า ของนี้ ตีความได้หลายทาง แต่ทางที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดคือ การให้คนรุ่นใหม่ทำงานแทนคุณ และการสั่งสอนคน ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ล้ำค่าของคุณ ให้เป็นผู้ดูแลโลก หมุนโลกใบนี้ต่อไป

6. “พออายุเลย 60 ปี ไปแล้ว จงใช้เวลาเพื่อตนเองเต็มที่”

เพราะ 60 ปี เป็นช่วงที่เราควรจะพักผ่อนมากที่สุดแล้ว ละจากการงานทุกอย่าง และใช้ชีวิตท่ามกลางความสุขที่ต้องการ จริงอยู่ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราก็ใช้ชีวิตทำงานไป มีความสุขไป แต่ช่วงเวลานี้ คือ ช่วงที่จะเก็บเกี่ยวความสุขแต่เพียงอย่างเดียวแล้ว ซึ่งนี่ก็คือ ส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เกิดขึ้นในชีวิต ให้เราเก็บเกี่ยวตักตวงได้เต็มที่นั่นเอง

ภาพ www.manufacturingglobal.com

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้

6 เรื่องน่ารู้ของผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ที่แถมรวยที่สุดในสิงคโปร์ด้วย!

ทำไม แจ็ค หม่า ถึงไม่เลือก "คนเก่ง" มาทำงาน Alibaba