4 วิธีป้องกันถูก แฮกบัตรเครดิต โดนปล้นเงินบัตรเครดิตแบบไม่รู้ตัว!

4 วิธีป้องกันถูก แฮกบัตรเครดิต โดนปล้นเงินบัตรเครดิตแบบไม่รู้ตัว!

อ่านก่อนป่วง บัตรเครดิตโดนแฮกที เสียหายหลายแสน!

บัตรเครดิตโดนโกง ถูกโจร แฮกบัตรเครดิต รับมือยังไง

ข่าวการโกง บัตรเครดิต ยังคงเกิดขึ้นทุกวัน มีข่าวเรื่อย ๆ ว่า เหยื่อใช้บัตรเครดิตซื้อของ จ่ายใบเสร็จตรงเวลาแต่จู่ ๆ ก็พบว่า ตัวเองมีหนี้ค้างชำระเยอะมาก และเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ทำเอง และไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ไหน แม้บริษัทบัตรเครดิตอาจแจ้งเตือนผู้ใช้งานทันที หากพบการใช้จ่ายที่น่าสงสัย โดยส่วนใหญ่ ธนาคารหรือบัตรเครดิตจะแจ้งเจ้าของบัตรเมื่อ

  • มีการใช้บัตรนอกพื้นที่ที่คุณใช้ชีวิตเป็นประจำ
  • ใช้จ่ายมากผิดปกติ
  • ซื้อสินค้าแบรนด์เนม
  • รูปแบบการซื้อผิดแปลกไปจากเดิม

แฮกบัตรเครดิต

แต่ถ้าโชคร้าย ไม่สามารถตามคนร้ายได้ทัน เงินถูกใช้จ่ายออกไปก่อน ก็ต้องทำการอายัติบัตรเครดิตของตัวเองแล้วรอเปิดบัตรใบใหม่เท่านั้น และหลังจากนั้น เราก็จะหลอนไปตลอดว่ามีใครแฮกโกงบัตรเครดิตเราไปหรือไม่

นี่คือ วิธีการเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณสามารถปกป้องบัตรเครดิตของคุณจากการถูกโกงได้

อย่าแชร์ข้อมูลบัตร

ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนหรือญาติพี่น้อง ไม่จำเป็นก็อย่าไปบอก ยกเว้นว่าคุณจะทำบัตรเสริมให้กับเขา 

หรือถึงแม้ว่าพวกเขาไม่มีทางโกงบัตรของคุณแน่นอน แต่คุณก็ไม่มีทางรู้อยู่ดีว่า ข้อมูลจะรั่วออกไปอีกเท่าไหร่ ทางไหน แม้กระทั่งพิมพ์ข้อมูลในคอมฯ ด้วยมือของคนสนิทกลุ่มนี้ ก็ยังอันตราย อยู่ดี

การแชร์บนโซเชียลมีเดียก็เป็นอีกช่องทางที่ต้องระวังเช่นกัน เพราะอย่างที่รู้ว่า โซเชียลมีเดียไวขนาดไหน แน่นอนว่าไม่มีใครแชร์ข้อมูลพวกเลขบัญชีบัตรลงไป (หรือมี?!) แต่ ข้อมูลส่วนตัว หลายอย่างในชีวิตก็ไม่ควรแชร์ลงไปเช่นกัน เราอาจปรับด้วยการตั้งค่าไพรเวทสำหรับข้อมูลส่วนตัวจำพวกวันเกิด อีเมลของคุณ และเบอร์โทรศัพท์ควร ให้เห็นเฉพาะเพื่อนสนิทหรือครอบครัวเท่านั้น

ตรวจสอบบัญชีเงินให้เป็นนิสัย

พึ่งแต่การแจ้งเตือนจากบริษัทบัตรเครดิตอย่างเดียว ก็ไม่เวิร์ค! ถ้ามีใครใช้บัตรเครดิตไปโดยที่เราไม่รู้ การตรวจสอบบัญชีจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ยิ่งรู้ตัวเร็ว เจอรายการใช้จ่ายที่น่าสงสัยเร็วเท่าไร ก็ยิ่งง่ายต่อการแก้ไขเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยดูแลบัญชีของคุณเองอีกด้วย คุณยังแจ้งกับธนาคารให้ใช้ระบบแจ้งเตือน เมื่อมีการใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดกับคุณได้ด้วยนะ

ระวังหลอกถามข้อมูล

จำไว้ว่าธนาคารของคุณจะไม่มีวันสอบถามรหัสพินของคุณแน่นอน ถ้าได้รับโทรศัพท์หรืออีเมลสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้ เชื่อได้เลยว่าเป็นพวกแก๊งมิจฉาชีพที่พยายามหลอกล้วงข้อมูลบัตรแน่ๆ อย่าเผยเลขหน้าบัตร รหัสพิน หรือคำถามป้องกันข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ หรืออีเมลโดยเด็ดขาด

ใช้บัตรผ่านช่องทางที่มีระบบป้องกันสูง

เพิ่มขั้นตอนการป้องกัน โดยใช้จ่ายผ่านการบริการของหน่วยงานที่เป็นตัวกลาง เช่น  Google Waller, Paypal, Apple Pay ฯลฯ หน่วยงานพวกนี้ช่วยได้มาก เมื่อคุณช้อปปิ้งผ่านเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคย แทนที่จะใส่ข้อมูลสำคัญลงไปในเว็บที่คุณช้อปเพียงอย่างเดียว ซึ่งเท่ากับข้อมูลทั้งหมดได้รับการป้องกันเพียงด่านเดียว วิธีนี้จะเป็นการเพิ่มบริการที่ช่วยป้องกันผู้ซื้อเข้าไปอีกหนึ่งด่าน นั่นเท่ากับว่าคุณสามารถเรียกเงินคืนได้ ถ้าคุณพลาดท่าหลงเข้าเว็บปลอมๆ หรือไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่ง

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้

 4 กลลวงทางอินเทอร์เน็ต ที่ผู้หญิงมักหลงเชื่อ

7 สิ่งที่คุณควรทำเมื่อเพื่อนไม่คืนเงิน

กฏ 50/20/30: งบประมาณสำหรับเรื่องจำเป็น การลงทุน และความบันเทิง