โดนโกงเงินในบัตร เพราะนิสัยมักง่ายแบบนี้

โดนโกงเงินในบัตร เพราะนิสัยมักง่ายแบบนี้

สังคมไร้เงินสด มันดีจริงไหม ทำไมชอบมีข่าวมิจฉาชีพโกงเงินกันง่าย ๆ เอ๊ะหรือเราพลาดเอง ?

บัตรเครดิต บัตรเดบิต เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้เพราะตอนนี้เรากำลังก้าวไปสู่ "สังคมไร้เงินสด" บริการ Mobile Banking จากธนาคารต่าง ๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้จ่ายเงิน โอนเงินง่ายดาย แต่ก็มีคนออกมาร้องเรียนว่า โดนโกงเงินในบัตร อยู่ดี บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม โดนฉกเงินออกไปจากบัญชีได้ง่าย ๆ เพราะผู้ใช้บัตรละเลยสิ่งเหล่านี้

9 นิสัยที่ทำให้คุณกลายเป็น "เหยื่อ" โดนโกงเงินในบัตร

1. ละสายตาจากบัตร 

เวลาไปช็อปปิงแล้วยื่นบัตรให้พนักงานเดินไปรูดที่เคาน์เตอร์ โอ๊ย..ขี้เกียจที่จะตามไปดู จำไว้นะคะว่า บัตรเครดิตหรือเดบิตเปรียบเสมือนตู้เซฟเก็บเงิน การให้คนอื่นถือบัตรเท่ากับเขามีโอกาสจดจำรหัสเปิดเซฟซึ่งหมายถึงเลขบนบัตร วันเดือนปีที่หมดอายุ และเลข CVV หลังบัตร หากข้อมูล 3 อย่างนี้หลุดไปอยู่ในมือมิจฉาชีพก็เตรียมจ่ายหนี้ที่ไม่ได้ก่อได้เลย

โดนโกงเงินในบัตร

2. เปิดเผย CVV ให้เห็นง่ายดาย

ทุกคนในโลกล้วนมีความลับ แต่ทำไม๊...ทำไม ไม่ค่อยเก็บตัวเลข 3 หลักหลังบัตรไว้เป็นความลับบ้าง ไม่เข้าใจ! เอาจริง ๆ เราแค่หาเทปทึบ ๆ มาแปะปิดเอาไว้ให้แน่น เวลาจะใช้ค่อยแกะออกดูก็ได้ เพราะถ้าไม่ทำแล้ว พวกคนขี้โกงแอบเอาเลข 3 หลักนี้ไปกรอกในเนตใช้ซื้อของออนไลน์สบายใจเฉิบ

3. ตั้งรหัสที่ใคร ๆ ก็เดาได้

กฎสำคัญในการตั้งรหัสผ่านไม่ว่าจะอะไรก็ตาม อย่าตั้งให้เดาง่าย ๆ อย่างเช่น รหัส 123456 ปีเกิด เบอร์โทร. หรือใช้ตัวเลขเดียวหมด ตั้งแบบนี้รับรองโดนโกงก่อนเพื่อน สำหรับคนขี้ลืมที่ชอบจดรหัสบัตรเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์ เวลากระเป๋าหายมันก็หายไปพร้อมบัตรนั่นแหละ พยายามจำเอาหน่อยน่า!!

4. มองข้ามบริการ SMS แจ้งเตือน

ขอร้อง ช่วยเกาะติดทุกความเคลื่อนไหว เงินเข้า เงินออกในบัตร เถอะนะ SMS จะแจ้งให้เรารู้อย่างรวดเร็วซึ่งหากมีการแฮกขึ้นมาปุ๊บ อย่างน้อยคุณยังติดต่อธนาคารได้ก่อนที่จะเสียเงินครั้งที่ 2 3 4 ไปในเวลาไม่กี่นาที

โดนโกงเงินในบัตร

5. ขี้เกียจสมัครบริการ OTP 

บริการ One Time Password ช่วยยกระดับความปลอดภัยให้กับเงินในบัญชีของเราอีกชั้นหนึ่ง ทุกครั้งที่ใช้งานจะต้องมีการคอนเฟิร์มรายการโดยอ้างอิงจาก Password ที่ส่งมาให้ทาง SMS เดี๋ยวนั้น มันไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยจริง ๆ นะ สามารถเปิดใช้บริการได้แค่ไปติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรเอง

6. ไม่เช็กยอดเงินในบัญชีรอง

บางคนมีเงินหลายบัญชี ใช้อยู่บัญชีเดียว ที่เหลือเก็บไว้นิ่ง ๆ ไม่มีการโอนเข้าหรือถอนออก แต่สุดท้ายเงินหายไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย นั่นเพราะคุณไม่ได้เช็กยอดเงินจากตู้เอทีเอ็ม แถมไม่ได้สมัคร SMS ด้วย เอาล่ะ ตอนนี้มีอีกตัวช่วย เป็น Application ของแต่ละธนาคารเขาทำมาไว้ให้เช็กได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลองดาวน์โหลดไหม ฟรีนะ

7. ใช้จ่ายด้วยบัตรเดบิตตลอด

ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้บัตรเครดิตจ่าย เพราะบัตรเดบิตมีความเสี่ยงที่จะถูกฉกเงินได้ แค่รู้เลขบัญชีก็ง่ายไปครึ่งนึงแล้ว และการใช้บัตรเครดิตหากพบความผิดปกติก็ยังพอจะเจรจากับธนาคารเจ้าของบัตรได้

8. ใช้มือถือเพื่อนทำธุรกรรม

ระวังอย่าให้ใครมาขอใช้มือถือของเราเพื่อโอนเงินหรือจ่ายเงิน และอย่าไปใช้มือถือคนอื่นทำธุรกรรมเช่นกัน เพราะเขาอาจจะใช้เวลาเสี้ยวนาทีติดตั้งโปรแกรมบางอย่างไว้เพื่อดูดข้อมูลเกี่ยวกับเลขบัญชี รหัสผ่าน หรืออื่น ๆ ได้

9. บัตรหายมัวแต่ลีลา

แหม่ บัตรหายอ่ะ บางคนก็ใจเย็นเกิ๊น... ขอหาก่อน หาในรถ หาในห้อง ในออฟฟิศ หาทั้งวันแล้วไม่เจอ พอจะแจ้งอายัติก็ช้าไปซะแล้ว ยิ่งคนไหนมีหลายบัตร พอกระเป๋าเงินหายทีปวดหัวเลยกว่าจะติดต่อครบทุกธนาคาร เฮ้อ!

คนที่ โดนโกงเงินในบัตร ส่วนมากก็นิสัยแบบ 9 ข้อนี้แหละ แต่ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าต้องทำยังไง ทำแล้วช่วยให้ฉกเงินยากขึ้นจริง ๆ นะ แล้วก็ไม่ต้องแตกตื่นเวลามีข่าวคนโดนโกงบัตรอีกแล้ว ยังไงเราก็ไม่ใช่เหยื่อที่จะโดนฉกเงินไปง่าย ๆ แน่นอน!

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

เคล็ดลับอื่น ๆ เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิต

บัตรเครดิตใบแรก ของมนุษย์เงินเดือน เด็กจบใหม่ อยากสมัครบัตรเครดิต ต้องรู้อะไรบ้าง?

เน็ตไอดอลวัย 26 ปี ติดหนี้บัตรเครดิตร่วม 3 แสน เพราะติดสร้างภาพ “ชีวิตสุดเพอร์เฟค” ลงไอจี

4 วิธีป้องกันถูก แฮกบัตรเครดิต โดนปล้นเงินบัตรเครดิตแบบไม่รู้ตัว!

Written by

NK