ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายไม่ได้นะ จะเกิดอะไรขึ้นหากไม่จ่ายหนี้บัตรเตรดิต?

การทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับบิลเรียกเก็บหนี้บัตรเครดิต นอกจากไม่ทำให้หนี้ก้อนนั้นหายไปแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมากลับร้ายแรงกว่าที่คุณคาดไว้มาก และนี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณไม่จัดการชำระหนี้บัตรเครดิตให้ตรงเวลา

ตัวอย่าง เจ็มม่า สาววัย 25 ปี ครั้งแรกที่ได้บัตรเครดิตมา เธอบอกกับตัวเองว่าจะเอามารูดใช้ยามฉุกเฉินเท่านั้น และการมีบัตรเครดิตก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอเองเป็นคนมีเครดิตเหมือนกัน ช่วงสัปดาห์แรกๆ เธอจึงเกือบไม่แตะบัตรเครดิตเลย

แต่หลังจากที่ได้ลองซื้อของออนไลนแล้ว์จ่ายด้วยบัตรเครดิตไป 2-3 ครั้ง (ซื้อตั๋วเครื่องบินไป-กลับเพื่อไปร่วมงานแต่งลูกพี่ลูกน้องที่บาหลี และซื้ออุปกรณ์ชาร์จไฟแลปท็อปให้ตัวเอง) เจ็มม่าก็รู้ว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตรูดปรื๊ดๆ มันช่างสะดวก ง่ายดายไปเสียทุกเรื่อง เธอจึงเริ่มจ่ายด้วยบัตรเครดิตบ่อยขึ้นทั้งค่าอาหาร ซื้อเสื้อผ้าสวยๆ แบรนด์ที่ตัวเองชื่นชอบ ฯลฯ

แม้ว่าเจ็มม่าจะไม่ได้ใช้บัตรเครดิตรูดซื้อของชิ้นใหญ่ๆ ราคาแพง แต่การซื้อของเล็กๆ น้อยๆ กระจุกกระจิกหลายๆ ครั้งก็ทำให้ยอดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานวงเงินก็เต็ม “ฉันช็อกไปเลย เมื่อเห็นบิลเรียกเก็บเงิน ถึงขนาดคิดจะไม่จ่ายเลยด้วยซ้ำ เพราะยอดเงินมันเยอะมาก” เจ็มม่ากล่าว

แต่ในที่สุดเธอก็ยอมชำระหนี้แต่โดยดี (โดยการขอยืมเงินคุณพ่อคุณแม่มาจ่ายไปก่อน) แต่ถ้าเลือกไม่ยอมจ่ายหนี้จริงๆ จะเกิดอะไรขี้นกับเธอ? ผลกระทบจากการไม่ชำระหนี้บัตรเครดิตมีอะไรบ้าง? และนี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ควรปล่อยให้ยอดหนี้ค้างชำระเกินกำหนดโดยไม่จ่ายอะไรเลย

1. เสียค่าปรับที่ชำระล่าช้า

เมื่อจ่ายเงินเลยระยะเวลาที่กำหนดคุณต้องเสียค่าปรับเพิ่ม แม้ว่าค่าปรับที่ต้องจ่ายอาจดูไม่มากเท่าจำนวนเงินที่เป็นหนี้แต่หากต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มก็ทำให้ยอดการเป็นหนี้ธนาคารก้อนใหญ่ขึ้นไปโดยปริยาย เงินต้นยังไม่มีจ่ายแล้วต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มไปอีก แถมค่าปรับก็ไม่ได้เรียกเก็บครั้งเดียบจบ แต่จะถูกปรับไปเรื่อยๆทุกครั้งที่คุณปล่อยให้เกินกำหนดจนกว่าจะหาเงินมาชำระหนี้ทั้งหมดได้

2. ดอกเบี้ยเจริญงอกงามขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่าต้องเสียค่าปรับคือ ดอกเบี้ยที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจเริ่มต้นเพียงหลักหน่วยแต่หลังจากการชำระหนี้ไม่ตรงเวลาเพียงไม่กี่เดือน อัตราดอกเบี้ยจะทะยานขึ้นเป็น 20-30%*ในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว

3. คะแนนความน่าเชื่อถือลดลง

การชำระหนี้ไม่ทันกำหนดอาจทำให้คะแนนความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณลดลง ซึ่งหมายความว่าในอนาคตการขออนุมัติสินเชื่อเพื่อการซื้อผ่อนสินทรัพย์ระยะยาวของคุณจะทำได้ยากขึ้น โบกมือลา บ้านแสนสุข รถยนต์คันหรูในฝันไปได้เลย

4. ธนาคารจะโทรฯจิกคุณไม่หยุด

หากเลยกำหนดชำระหนี้ไปไม่กี่สัปดาห์ ทางธนาคารอาจไม่ค่อยโทรฯมาถี่นัก แต่ถ้าเกินกำหนดนานแล้วยังไม่มีวี่แววว่าคุณจะชำระหนี้การกระหน่ำโทรฯจิกจะบังเกิดขึ้น สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจแบบสุดๆ

5. อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

เมื่อคุณปล่อยให้เกินกำหนดการชำระหนี้นานเข้า ธนาคารอาจต้องพึ่งบริการสำนักงานเรียกเก็บหนี้ถึงตอนนี้เรื่องราวดูจะทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว ซึ่งอาจยื่นข้อเสนอให้คุณชำรหนี้บางส่วนก่อนได้ แต่หากคุณยังคงทำเป็นไม่สนใจต่อไป ไม่มีวี่แววว่าจะจ่ายหนี้เหมือนเดิม คุณก็จะถูกดำเนินคดีทางกฏหมายส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาล ถึงตอนนั้นก็ยิ่งทำให้สถานภาพความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณยิ่งดูแย่หนักขึ้นไปอีก

ถ้ามีหนี้ต้องทำอย่างไร?

วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับปัญหาหนี้บัตรเครดิตก็คือ ไม่ต้องมีมันเสียเลย แต่ถ้าพลาดพลั้งเป็นหนี้บัตรเครดิตเข้าให้แล้วก็ทำตามนี้เลยค่ะ

  • อย่างน้อยก็ต้องเริ่มจ่ายคืนด้วยยอดขั้นต่ำ
  • หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมาจ่ายหนี้ค้างชำระให้หมด เหมือนที่เจ็มม่าทำ
  • เลือกใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่ค้างชำระให้หมด
  • ต่อรองกับทางธนาคาร (หรืออ้อนวอน) เพื่อให้อนุมัติเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอีก

การตีมึนทำเป็นไม่ใส่ใจกับบิลค้างชำระหนี้บัตรเครดิตไม่ได้ทำให้หนี้ก้อนนั้นกลายเป็นศูนย์แต่กลับกลายเป็นการเพิ่มพูนหนี้สินขึ้นไปเรื่อยๆ จนจ่ายไม่ไหว ทางที่ดีก่อนที่จะรูดใช้เงินเพลินจนเลยเถิดควรติดต่อธนาคารเพื่อทำการขอลดวงเงินของบัตรเครดิตลงจนเหลือในวงเงินที่เราจ่ายไหว วิธีนี้หากเราใช่เพลินจนเต็มวงเงิน ยอดเงินที่เราต้องจ่ายก็ยังเป็นจำนวนที่พอจัดการได้โดยไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ควรควบคุมเรื่องการใช้เงินและใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตด้วยความระมัดระวังอย่างมีสติเท่านี้ก็ไม่ต้องเผชิญกับยอดหนี้บัตรเครดิตที่สูงลิบลิ่วแล้วค่ะ

*อัตราดอกเบี้ยในประเทศสิงคโปร์ สำหรับประเทศไทย ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมสำหรับบัตรเครดิตจะอยู่ที่ไม่เกิน 28% ต่อปี